4X: 2018

4X AGE SUPPLEMENT

รุ่น V.5 ผลิต 03-2018
ดูดี-สุขภาพดีได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์ชาว 40+  ออกแบบจากปัญหาแห่งวัย โดยการรวบรวมคุณประโยชน์จาก 6 ส่วนหลัก  Supplements  / Vitamins / Pre-Biotic / Burn / Bone และ hormone balance เข้าด้วยกัน แก้ไขตรงจุดของปัญหาสุขภาพแบบบูรณาการร่างกายทั้งระบบ(Anti-Aging 360)
1 กล่องบรรจุ 7ซอง(15g.) ชนิดผงชงดื่ม
*ไม่ต้องทานวิตามินเป็นกำๆอีกต่อไป
………………………………..
ราคา 520 บาท (ลดจาก 590-)

4X AGE SUPPLEMENT

V 5.1 พัฒนาจากรุ่น 5.0 (Grading) ผลิต 07-2018
เพิ่มคุณภาพของ Ingredients หลายชนิดจากรุ่นเดิม เช่น ปรับปลี่ยน SOD เป็นเทคโนโลยีจาก ISOCELL (GliSODin Anti-aging) จากประเทศฝรั่งเศส เข้มข้นกว่าเดิม…ส่งผลให้ดู ผิวดูกระจ่างใส มีออร่า ฝ้าจางลง และกันแดดได้ดีกว่าเดิม
 1 กล่องบรรจุ 7ซอง (15g.) ชนิดผงชงดื่ม
…………………………
ราคา 590 บาท
ดูแลร่างกายบูรณาการแบบ 360 องศา 
 
“อายุยิ่งมากขึ้น ปัญหายิ่งเยอะ”

เป็นผลมาจากความเสื่อมของร่างกายตามวัยและพฤติกรรมการดำรงชีวิต   ความเครียดสะสม  พักผ่อนน้อย  ไม่มีเวลาดูแลเรื่องอาหารและดูแลตัวเอง….ไหนจะเรื่องผิวพรรณ  เส้นผม  ระบบย่อย  ขับถ่าย  เผาผลาญ  มวลกระดูก โดยเฉพาะระดับฮอร์โมน 

ง่าย สะดวก ครบ ตอบโจทย์ชาว 40+ ” ออกแบบจากปัญหาแห่งวัย จาก 6 ส่วนหลัก
  • Supplements (Anti-Aging & Antioxidant)
  • Burn (ช่วยในการเผาผลาญ)
  • Pre-Biotic&Detox
  • Bone (บำรุงกระดูกและข้อ)
  • Hormone Balance (ปรับสมดุลฮอร์โมน)
  • Vitamin A-Zinc
เพื่อเข้าแก้ไขตรงจุดของปัญหาสุขภาพและดูแลร่างกายแบบ 360 องศา( Anti-Aging 360) เน้นการบำรุงแบบเติมเต็ม และให้ร่างกายได้กลับมาทำงานได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
#สนับสนุน-เพิ่มประสิทธิภาพ (ลดการหักล้าง) ของหลากหลาย ingredients

6 ส่วนหลักของ 4X 

WorldClass  Supplements
จากแหล่งวัตถุดิบคุณภาพ และเทคโนโลยีสูง จากทั่วทุกมุมโลก (แหล่งผลิตเดียวกับส่งแบรนด์ดังทั่วโลก) อาทิเช่น CallagenจากNitta Gelatin JAPAN,   ลูทีนจากOptilut Lutein USA, SODจากBionov FRANCE,  SODจาก Isocell   FRANCE, SunfiberจากTaiyo Inter. JAPAN,  Sinetrol (ช่วยย่อยไขมัน)Fytexia FRANCE,  EstroG จาก Naturalendo Tech KOREA, Co-Q10 จาก Tokiwa JAPAN,  NovoMIN© Niacin จาก Colorcon USA, Vitamin Premixes จาก DSM NuTritional NETHERLAND…..เป็นต้น

ประสิทธภาพจาก “ความสด”

ความสดของ ingredients มีผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยกว่าที่คุณคิด “การผลิตจำนวนน้อย” เทคโนโลยีและการกระจายสินค้าเน้นคุณค่าความสด….คุณจะได้ Food Supplements ใหม่ สด ด้วยเทคโนโลยี ล่าสุดเสมอ

ง่าย สะดวก

เพื่อให้สะดวกขึ้นในการดูแลสุขภาพสำหรับชาว 40+  รวมสารอาหารจำเป็นไว้ในซองเดียว พร้อมแต่งรสให้ทานง่าย(Grapefruit Flavor) ทั้งออกแบบให้สะดวกในการพกพา – เก็บรักษาโดยยังคงประสิทธิภาพไว้
…………………………………………..
เพื่อให้เพียงพอความต้องการร่างกายในวัย 40+ 
1 ซองบรรจุ 15 g.(เท่ากับ 15 -18 เม็ดแคปซูลโดยประมาณ) / ชนิดผงชงดื่ม

การรับประทาน:

 • Care: ทานเมื่อต้องการ    • Healthy: ทานวันเว้นวัน     • Performance: ทานทุกวัน
# สำหรับ 4X_Grading: (เวอร์ชั่น 5.1 ผลิต  07-2018)  
(คัดเกรด ingredient คุณภาพสูง(กว่ามาตราฐานตลาดและใหม่ล่าสุด)  เพื่อสำหรับทานกันเองในกลุ่มทีมงาน ทั้งฝ่ายวิจัย  ผู้ผลิต และเจ้าของสินค้า  /ปรับปรุง SOD จากเดิมเป็น GloSODin
……………………………….
GliSODin คือสารสกัดจากแตงโมชนิดพิเศษ Cucumis melo ซึ่งมีแหล่งซูเปอร์ออกไซด์ dismutase เข้มข้น (SOD)
 
GliSODin คือการรวมกันของ SOD + gliadin และมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระของร่างกายและการป้องกันจากความเครียดออกซิเดชัน Gliadin เป็นโปรตีนจากข้าวสาลีที่สร้างชั้น biopolymer ป้องกันปกป้อง SOD ให้ร่างกายสามารถได้รับประสิทธิภาพ SOD ได้เต็มที่มากขึ้น
ส่งผลให้ ต่อต้านความเครียดจากการเกิดออกซิเดชันและผลข้างเคียงที่เกิดกับริ้วรอย ผิวดูกระจ่างใส มีออร่า ฝ้าจางลง และกันแดดได้ดีกว่าเดิม
 
จาก ISOCELL เป็น บริษัทฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสุขภาพกว่า 15 ปี
……………………………..

ส่วนประกอบสำคัญของ 4X [V5_2018]

Resveratrol เป็น phytoalexin  โดยทั่วไปพบ ในผิวขององุ่น และไวน์แดง. โดยมีงานวิจัยออกมามากมาย ต่างออกมายืนยันประโยชน์ของ RESVERATROL จำนวนมากสูงขึ้นถึง 4000ฉบับ
……………………………………………….
Resveratrol เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายประมาณปี ค.ศ. 1990 เมื่อมีการศึกษาวิจัยพบว่าสาเหตุที่ชาวฝรั่งเศสประสบปัญหาเรื่องโรคหัวใจ น้อยกว่า และมีอายุขัยที่ยืนยาวกว่าพลเมืองของประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปกว่า 18 ประเทศที่บริโภคอาหารที่มีไขมันสูงในปริมาณมาก เพราะชาวฝรั่งเศสนั้นบริโภคไวน์แดง ซึ่งมี Resveratrol ในปริมาณมากนั่นเอง โดยพบคนที่เป็นโรคหัวใจเพียงร้อยละ 42 ของคนที่บริโภคอาหารที่มีไขมันสูงร่วมกับการดื่มไวน์เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
 
Resveratrol มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม เป็นตัวช่วยล้างพิษของบรรดาสารต้านอนุมูลอิสระได้สูงถึงร้อยละ 34 ช่วยชะลอความชรา ยืดอายุขัยให้ยาวนานขึ้นได้ถึงร้อยละ 30-40 นอกจากนั้นในตำราแพทย์แผนโบราณของจีนยังใช้สารเรสเวอราทรอลเป็นยาแก้อักเสบอีกด้วย
 
คุณประโยชน์:
• ชะลอความชรา
• ต้านอนุมูลอิสระ
• ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
• ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
• การต่อต้านมะเร็ง
• ปรับสมดุลในร่างกาย
• ช่วยป้องกันการเสื่อมของเส้นประสาทสมอง
• ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน
• ลดปริมาณของโคเรสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)
• ลดการเกิดเนื้องอก
 

Co-Q10 จาก Tokiwa phytochemical JAPAN
………………………………………………………………..
Coenzyme Q10 นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา ไม่ใช่แค่ในเรื่องของผิวพรรณความสวยความงามอย่างที่เราเข้าใจกันมาตลอดเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อเรื่องของสุขภาพของเรามากมาย
ผู้ที่มักมีระดับ CoQ10 ต่ำกว่าคนทั่วไป:
ผู้สูงอายุ / ผู้ที่สูบบุหรี่ /ความดันโลหิตสูง/ โรคพาร์กินสัน /โรคเกี่ยวกับฟัน
 
ประโยชน์:
• ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด (Photo aging)
• ต้านอนุมูลอิสระ
• ช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้เป็นอย่างดี
• สารสำคัญในการสร้างพลังงานให้กับเซลล์ผิว
• ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ผิวทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่นได้ดี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น
• เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
• สำหรับผู้สูงอายุหลายๆคนแล้วการรับประทานโคคิว10 จะทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนมีพลังขึ้นมาทันที โรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายเช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์คินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาท
เชื่อว่าสามารถช่วยรักษาและป้องกันโรคมะเร็งได้
• รักษาระดับโคเลสเตอรอลสูงในกระแสเลือด
 
ปริมาณของโคเอนไซม์ คิวเทนที่แนะนำ:
การรับประทาน Coenzyme Q 10 เป็นอาหารเสริมควรบริโภคในปริมาณ 30-50 มิลลิกรัมต่อวัน

แก้หน้าแก่ก่อนวัยด้วยSOD
SOD (เอสโอดี) Superoxide Dismutase จากสารสกัดเมล่อนฝรั่งเศสจาก Bionov France
…………………………………………..
SOD ประกอบด้วยคะตาเลส (Catalase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง รวมทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระจำพวก แคโรทีนนอยด์ (Carotenoids), โค-เอมไซม์ (Co-enzyme), วิตามินเอ (Retinol), วิตามินอี (Tocopherol), วิตามินซี (Ascobic acid) มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนในโครงสร้างของเมลอน (Glutathione), ซีลีเนียม (Selenium) และอื่น ๆ ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย”
 
ประโยชน์:
• ยับยั้งกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระภายในเซลล์ ต้นเหตุของริ้วรอยบนใบหน้า
• ป้องกันทั้ง UVA และ UVB จากแสงแดด ตัวการหลักที่ก่อให้เกิดริ้วรอยและผิวคล้ำเสีย แห้งกร้านก่อนวัยอันควร
• เสริมสร้างและฟื้นฟูผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง เพิ่มความชุ่มชื้น ผิวจึงเด้ง ตึง กระชับ 
• ฟื้นฟูผิวจากปัญหาหลุมสิวให้ตื้นขึ้น ลดรอยดำจากสิว ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น
• กระชับรูขุมขน ลดความมันส่วนเกิน บอกลากระดาษซับมันไปเลย
• ฟื้นฟูผิวให้ขาวกระจ่างใส ได้ดีกว่ากลูต้า ถึง 10 เท่า
• มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินซีถึง 3,500 เท่า
• ช่วยลดเลือนและปกป้องการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ
• ป้องกันรังสี UV และแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และหน้าจอโทรศัพท์

Sinetrol® ย่อยสลายไขมันธรรมชาติเป็นด้วยวิธีที่ปลอดภัยโดยการกำจัดมวลไขมันส่วนเกิน สิทธิบัตร Fytexia ฝรั่งเศส จากสูตรส้มจากเมดิเตอร์เรเนียน สารสกัดจากส้มสีส้มและเกรปฟรุตสีส้มถูกคัดสรรเพื่อสร้างความเข้มข้นของโพลีฟีนที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อให้เกิน ช่วยกระชับสัดส่วน ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น
…………………………………………………………………………..
Sinetrol ทำหน้าที่โดยกลไกพิเศษของเทคโนโลยีการฉีกขาดไขมัน (FST) หากไม่มีผลต่ออุณหภูมิทำให้ Sinetrol สามารถย่อยสลายไขมันผ่านการยับยั้ง phosphodiesterase PDE-4 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของ adenosine monophosphate (cAMP) ดังนั้นระดับของ cAMP ที่สูงขึ้นทำให้อัตราการเกิดไตรกลีเซอไรด์ (TG) เพิ่มขึ้น
 
 

Wellnex -Japan เปปไทด์ คอลลาเจนที่ดีที่สุด ควบคุมการผลิตโดย Nitta Gelatin Japan ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตคอลลาเจน ไดเปปไทด์ อันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งมายาวนาน เป็นเวลากว่า 100 ปี ผลิตด้วยกรรมวิธี Enzymatic Hydrolysi  ทำให้ได้โมเลกุลขนาดเล็ก 
……………………………………………………………
คอลลาเจนเปปไทด์มีกรดอะมิโนที่จำเป็น 8 ใน 9 ชนิดและมีโพรลีนไกลลีนและไฮดรอกซีโปรโลนสูง hydroxyproline-proline และ hydroxyproline-glycine Wellnex Collagen Peptides สามารถดูดซึมได้ง่ายและสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวสุขภาพกระดูกและข้อ 
 
คุณประโยชน์:
• บำรุงสุขภาพของผิวหนังและเส้นผม
•. ลดอาการเจ็บข้อต่อและการเสื่อมสภาพ
•. ช่วยรักษาลำไส้รั่ว
• เพิ่มการเผาผลาญ มวลกล้ามเนื้อ และพลังงานที่ได้รับ
• เสริมความแข็งแรงของเล็บ เส้นผม และฟัน
• บำรุงตับ
• ปกป้องสุขภาพของหัวใจและระบบหลอดเลือด
 
http://wellnex-collagen.com/เพิ่มเติม คลิก! 

Ginsenoside คือสารสกัดที่มีอยู่ในรากโสม ซึ่งมีในโสมชนิดที่มีคุณภาพเท่านั้น ซึ่งจะพบสารนี้ แค่ ร้อยล่ะ 1-2 โดยน้ำหนัก จากการสำรวจ แหล่งที่ปลูก กระบวนการผลิตโสมที่ขายในท้องตลาด บางชนิด แทบจะไม่มี Ginsenoside เลย

…………………………………………………………………………………..

Ginsenoside  ประกอบด้วย 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นน้ำตาลหรือที่เรียกว่า ไกลโคน (glycone) นั้นเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวหรือหลายโมเลกุลต่อกัน น้ำตาลส่วนใหญ่เป็น monosaccharides และส่วนที่ไม่ใช่น้ำตาลหรือไกลคอน อะไกลคอนซึ่งเป็นแกนกลางของจินเซนโนไซด์ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ โปรโตพาแนกซาไดออล, โปรโตพาแนกซาไตรออล และกรดโอลีโนอิก โปรโตพาแนกซาไดออลและโปรโตพาแนกซาไตรออล มีโครงสร้างทางเคมีเป็นเตตระไซคลิกเทอปีนซึ่งจัดอยู่ในสารเคมีกลุ่มดัมมาเรน

จนถึงปัจจุบันพบ ซาโปนินในโสมเกาหลีจำนวนทั้งหมด 29 ชนิดในปี 1964 ดร.ชิบาตะ ได้ตั้งชื่อส่วนประกอบของซาโปนินว่า ฮินซิโมไซด์ มีความหมายว่า สารน้ำตาลที่มีอยู่ในโสม ตามลำดับที่แยกได้จาก TLC. จินเซนโนไซด์ RO และอื่นๆ มีลักษณะพิเศษอื่นอีกที่จินเซนโนไซด์ Rb1, Rb2, Rc และ Rd มีสารประกอบอนุมูลมาโลนี่ จำนวนมาก โดยทั่วไปมีซาโปนิน 29 ชนิดที่ใช้เปรียบเทียบเพื่อแยกโสมเกาหลีจากพืชชนิดอื่นๆ ในสกุลเดียวกัน

ประโยชน์:
• บำรุงสมอง
• ช่วยบำรุงร่างกาย
• โสมเกาหลีมีสรรพคุณเป็นยาช่วยชะลอความแก่
• ให้ความชุ่มชื่นผิว
• โสมเกาหลีมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง
• ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
• โสมมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้
• โสมเกาหลีมีสรรพคุณช่วยลดเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด
• ช่วยลดความดันโลหิตสูง
• ช่วยลดไขมัน ช่วยในการเผาผลาญไขมันให้เกิดเป็นพลังงาน มีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด
• โสมมีส่วนช่วยรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

Optilut Lutein -USA สิทธิบัตรจาก NutriScience ลูทีนธรรมชาติ 100% สกัดจากดอกดาวเรืองผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีใดๆ   Hight Bioavailability  ,Non_GMO ,  100% Natural) ช่วยเรื่องสายตาและจัดการความเสื่อมสภาพของอวัยวะตามอายุ
……………………………………………………………
ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระในดวงตา  โมเลกุลของลูทีนพบในปริมาณสูงในจุดของดวงตา โดยที่ ลูทีนจะฉาบบนผิวของเรตินา (Retina) บริเวณจุดรับภาพของลูกตา (macula) ซึ่งเป็ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในจอประสาทตา เพราะเป็นจุดที่รูปภาพและแสงสว่าง ส่วนมากจะมาตกบริเวณนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่จอตารับภาพได้ชัดเจนที่สุด จากการศึกษาพบว่า ระดับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดด่างในดวงตาได้
 
หน้าที่ของ Lutein
• ช่วยให้มองภาพได้คมชัด และเห็นรายละเอียดของภาพดีขึ้น
• มีผลการวิจัยที่ชัดเจนมากมาย สามรถลดโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุได้จริง
• ลดความเสี่ยง ในการเป็นโรค จุดรับภาพเสื่อม (Age – Related Mascular Degeneration หรือ AMD)
 • ลดอุบัติการณ์โรคมะเร็งเต้านมในสตรี กลุ่มที่มีความเสี่ยง
 • ลดกลไกการเกิด Plague ในผนักเส้นเลือด ทำให้ลดอัตราการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดตีบในสมอง
 
Lutein ประโยชน์ดังนี้
 • ช่วยให้ตาแข็งแรง ป้องกันประสาทตาเสื่อม
 • เพิ่มความแข็งแกร่ง ให้กับผนังหลอดเลือดใหญ่ และเส้นเลือดฝอย
 • ช่วยเสริมสร้างการมองเห็น โดยช่วยป้องกันการเสื่อมของ Mascularที่จุดเล็กๆ ตรงกลางของที่รับแสงในตา (Retina) อันเป็นส่วนสำคัญของ Main pigment (สี) ในฉากรับแสงของตา จะช่วยป้องกันมิให้แสงอาทิตย์ทำลายเรตินา
• ป้องกันโรคจุดรับภาพเสื่อม หรือจอประสาทตาเสื่อม AMD (Age – Related Mascular Degeneration)
 • ช่วยป้องกันและลดอาการของโรคต้อกระจก (Cataracts)
 • ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง
 • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (Free radical) ที่ทำลายเซลล์ตา ทำให้เซลล์แข็งแรง ช่วยชะลอความเสื่อมของตา
 • ช่วยบำรุงระบบการไหลเวียนของเลือด และเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงตา
 • เพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นได้ดีในที่มืด
 • ช่วยแก้สายตาที่ไม่ดีและโรคเกี่ยวกับตา
     สารอาหารลูทีนนี้ร่างกายของคนเราไม่สามารถสังเคราะห์สารลูทีนขึ้นมาใช้เองได้ จะต้องกินเข้าไปเท่านั้น หากไม่ได้รับสารอาหารที่ช่วยปกป้องดวงตาอย่างเพียงพอ ดังนั้น การดูแลปกป้องดวงตา และเอาใจใส่เรื่องการกินอาหาร ได้รับสารอาหารที่จำเป็น มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีพัฒนาการทางสายตาที่สมบูรณ์ 

Gamma Oryzanol เป็นสารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สารนี้พบมากที่สุดในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น ออไรซานอลมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ และสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอี ถึง 6 เท่า
…………………………………………..
ประโยชน์:
• เป็นตัวแอนตี้ออกซิแดนท์ คือสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายทำให้เกิดการแก่ก่อนวัย ช่วงป้องกันเกิดการเปลี่ยนแปลงเซลล์ผิดปกติหรือที่เรียนกว่าเซลล์มะเร็ง
• มีความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกทำลายด้วยแสงแดด
• ยับยั้งการทำงานเอ็นไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นตัวเร่งสร้างเม็ดสี จึงทำให้ผิวดูกระจ่างสดใสขึ้น
• ลดระดับของไขมันในเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจอุดตัน
• เพิ่มการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ช่วยผ่อนคลายความเครียดและหลับสบาย
• กระตุ้นการหลั่ง growth hormone
• ลดการสูญเสียแคลเซี่ยม ทำให้ลดอาการเกิดโรคกระดูกพรุน
8.ลดอัตราการเกิดภาวะวัยทอง

“มวลกระดูกคนเราลดลงทุกปี” เราจึงต้องเพิ่ม Calcium L-Threonate แคลเซียมที่ดีที่สุดในปัจุบัน (สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ถึง 95% ซึ่งมากกว่าแคลเซียมทั่วไปถึง9 เท่า ดูดซึมเร็ว ไร้สารตกค้าง)
……………………………………………………………
 
แคลเซียมรูปแบบพิเศษ(ที่ได้มาจากกระบวนการสกัดวิตามินซีในข้าวโพด มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ จึงสามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ง่ายและมากกว่าแคลเซียมชนิดอื่นๆถึง 9 เท่า จึงไม่ก่อให้เดิสารตกค้างในร่างกาย ไม่ทำให้เป็นนิ่ว และไม่ทำให้ท้องผูก
 
คุณสมบัติ:
 1. Calcium L-Threonate มีคุณสมบัติเป็น Passive Transport คือสามารถดูดซึมผ่านระหว่างเซลล์ โดยไม่ต้องอาศัยวิตามินดี
2. Calcium L-Threonate มีการแตกตัวได้ดี ละลายในน้ำได้เอง ไม่ต้องอาศัยกรดในกระเพาะ ทำให้รับประทานเวลาไหนก็ได้
3. Calcium L-Threonte จะไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก ปกป้องข้อต่อและกระดูกอ่อน โดยจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเซลล์กระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ และยับยั้งการสลายตัวของกระดูก และปรับปรุงกระบวนการสร้างเซลล์กระดุก ซึ่งเหมาะกับการใช้รักษาอาการของผู้ป่วยโรคทางกระดูกโดยเฉพาะ
 
ประโยชน์ :
• เสริมความหนาแน่น สร้างความแข็งแรงให้กระดูก
• ปกป้องข้อต่อและกระดูกอ่อน
• ช่วยยับยั้งการสลายตัวของกระดูก
• บรรเทาอาการปวดและอักเสบที่ข้อและเส้นเอ็น
• ช่วยซ่อมแซมกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและ ข้อต่อ

(Sun Fiber) จาก Taiyo Internalional JAPAN
พรีไบโอติก และประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารและการขับถ่าย
……………………………………………………………
โดยมีส่วนผสมของเนื้อในเมล็ดของเมล็ดต้น guar cyamopsis tetragonolobus) ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่ว มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและปากีสถาน ปัจจุบันมีปลูกในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา
Guar gum เป็นใยอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าแค่อาหาร มีสมบัติเป็น non-gelling แต่กระจายตัวและอุ้มน้าได้ดีในน้าเย็น จึงใช้ทาหน้าที่หลักเป็นสารเพิ่มความหนืด เพิ่มความคงตัวและอุ้มน้า
ไฟเบอร์ คือ ใยอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง และต้องได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป แม้ร่างกายจะไม่สามารถย่อยไฟเบอร์ได้ แต่ไฟเบอร์กลับมีประโยชน์มากมายต่อระบบทางเดินอาหารและการขับถ่าย
 
Lutein ประโยชน์ดังนี้
• เป็น prebiotic เป็นอาหารของแบคทีเรีย probiotic ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในลำไส้ใหญ่
• ช่วยระบบทางเดินอาหารและการขับถ่าย
• ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร
• ควบคุมน้ำตาลในเลือด(ลดการดูดซึมน้ำตาล)

กรดอัลฟ่าไลโปอิก แตกต่างจากสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น ทำให้สามารถเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไปในชั้นลึกสุดของเซลล์ จึงทำให้สามารถแทรกซึมเข้าไปต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในเซลล์ได้ทั่วทุกเซลล์ในร่างกาย
…………………………………………………………………….
กรดอัลฟ่าไลโปอิก จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง จนได้รับการขนานนามว่า สารต้านอนุมูลอิสระครอบจักรวาล (Universal Antioxidant) คือ เป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินซี, วิตามินอี, กูลต้าไทโอน และโคเอ็นไซม์คิว 10 และยังช่วยให้วิตามินเหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นใหม่ได้ ในหน่วยเซลล์ จึงช่วยเสริมให้วิตามินเหล่านี้ทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณประโยชน์

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ ป้องกันการเสื่อมในระดับเซลล์
  • ช่วยทำให้สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆที่อยู่ในร่างกาย นำกลับมาใช้ใหม่ในร่างกายได้อีกครั้ง
  • ช่วยต่อต้านการอักเสบที่ปลายประสาท มีส่วนช่วยเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด จึงเป็นสารที่ช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานได้
  • ลดคอเลสเตอรอลไม่ดี(LDL) และไตรกลีเซอไรด์
  • ป้องกันการเกิดคลาบพลัค(plaque)ที่ก่อตัวบนผนังหลอดเลือด
  • ลดการอุดตันในหลอดเลือด ป้องกันอาการเส้นเลือดหัวใจตีบ ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ทำให้หลอดเลือดแดงที่แข็งเปราะ กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
  • ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้ดี และยังช่วยลดอนุมูลอิสระระหว่างการออกกำลังกายได้ จึงช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น
  • ช่วยในการเผาผลาญกูลโคส(น้ำตาลในเลือด) ไปเป็นพลังงาน
  • รักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด
  • บรรเทาอาการของโรคเส้นประสาท หรือปลายประสาทอักเสบ (Peripheral neuropathy) ซึ่งมักจะพบในผู้ที่เป็นเบาหวานหรือดื่มสุราจัด
  • ล้างพิษในตับ ช่วยกำจัดสารพิษ ปกป้องร่างกายจากสารพิษของโลหะหนัก โดยทำหน้าที่เป็น Chelating Agent จับกับโลหะหนัก และขับออกจากร่างกาย
  • เพิ่มระดับสารกลูตาไธโอนในตับ จึงช่วยล้างพิษตกค้างในร่างกายออกไปได้อย่างรวดเร็ว
  • ช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพผิวดี สดใส และมีผลต่อการลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง และชะลอความเสื่อมที่ผิวหนังได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยให้ร่างกายสดชื่น มีกำลัง ไม่อ่อนเพลีย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • Bionutrition, นายแพทย์เรย์ ดี. แสตรนด์
  • วิตามินไบเบิล, ดร.เอิร์ล มินเดลล์
  • www.wellbeing.com.au
** ร้อยละ 90% ของวัยผู้ใหญ่โดยทั่วไปได้รับโครเมียมจากอาหารไม่เพียงพอ
ระบบเผาผลาญแย่หากขาดโครเมียม
……………………………………………………………
โครเมียมทำหน้าที่อะไร
โครเมียม เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อการเจริญเติบโตที่มีสุขภาพที่ดี มันมีความจำเป็นต่อขบวนการแตกของโมเลกุลโปรตีน ไขมัน และ โครเมียม มีส่วนในการช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในร่างกายให้คงที่ (ในขบวนการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต)
โครเมียม จะกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน และขบวนการสังเคราะห์กรดไขมัน และ คลอเรสเตอรอล จึงดูเหมือนว่า โครเมียม จะเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลิน และการจัดการกับน้ำตาลกูลโคส ป้องกันการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ (เพราะว่ามีอินซูลินมากเกินไป) หรือโรค เบาหวาน (เพราะว่ามีอินซูลินน้อยเกินไป)
 
ประโยชน์ของโครเมียม:
• ลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย
• ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและโรคเบาหวาน
• ช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก
• เร่งการเผาผลาญไขมัน และ น้ำตาล
 
ใครที่จะขาดโครเมียม
     เนื่องจากคนทั่วไปได้รับ โครเมียม ในปริมาณที่ต่ำกว่าที่ US RDA ได้แนะนำไว้คือ 50 – 200 ไมโครกรัมต่อวัน และ ประมาณ 3 % ของ โครเมียม ในอาหารที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย คนทั่วไปควรได้รับ โครเมียม เป็นอาหารเสริม การที่รับประทานอาหารประเภทน้ำตาล และอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูง ก็อาจจะทำให้เกิดการขาดโครเมียม และเร่งให้เกิดโรค เบาหวาน ได้
     พบว่า คนในกลุ่มผู้สูงอายุ นักกีฬา และหญิงมีครรภ์ เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการขาด โครเมียม มากที่สุด เมื่อร่างกายขาด โครเมียม จะมีอาการต่อไปนี้ คือ มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรค เช่น impaired glucose tolerance, glycosuria, อาการระดับน้ำตาลสูงเมื่ออดอาหาร fasting hyperglycemia, ระดับอินซูลินในเลือดสูงขึ้น และ การทำงานของอินซูลินลดลง (ซึ่งเหล่านี้ล้วนอาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน)
ขนาดที่แนะนำ
ปริมาณที่แนะนำโดยแพทย์ทั่วไป คือ 50-200 ไมโครกรัมต่อวัน

ไบโอติน (Biotin) หรือ วิตามินบี 7 (Vitamin B7) หรือ วิตามินเอช (Vitamin H) จะช่วยรักษาสุขภาพผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ และ ส่วนสำคัญในการเผาผลาญไขมันและโปรตีน
………………………………………………………………….
ประโยชน์ของไบโอติน:
• ไบโอติน ช่วยป้องกันผมหงอกได้ดี
• ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
• ช่วยในการเผาผลาญไขมันและโปรตีน
• ช่วยป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะล้าน
• ช่วยบรรเทาอาการผื่นผิวหนังอักเสบ ผดผื่นคันต่าง ๆ
• ช่วยป้องกันและบำรุงรักษาเล็บที่แห้งเปราะ
 
โรคจากการขาดไบโอติน ได้แก่ ผมร่วง ซึมเศร้า เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง การเผาผลาญไขมันทำงานไม่สมบูรณ์ เป็นผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณหน้าและตัว
 
คำแนะนำในการรับประทานไบโอติน
• ไบโอตินในรูปแบบอาหารเสริม มีขนาดรับประทานทั่วไปตั้งแต่ 25 – 300 ไมโครกรัมต่อวัน
• ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง การรับประทานไบโอตินก็เป็นทางออกที่ดี
• ขณะตั้งครรภ์ ระดับของไบโอตินจะลดลง คุณควรรับประทานไบโอตินเสริม

เห็ดหลินจือ เป็นเห็ดธาตุเย็น หรือฤทธิ์เย็น เห็ดเป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มธาตุเย็น เช่น เห็ดฮุนชิ เห็ดกระดุมบราซิล เห็ดกระถินพิมาน ในสมัยโบราณ กล่าวกันว่า เห็ดหลินจือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษา และต้านเซลล์มะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับสมดุลความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะการมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี(SLE,โรคแพ้ภูมิตนเอง) เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำใส้ บำรุงสายตา

นักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการศึกษาทดลองวิจัยสารสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในเห็ดหลินจือ พบว่ามีมากมายกว่า 150 ชนิด ซึ่งนั่นทำให้เห็ดหลินจือมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสรรพคุณในการป้องกันและบำบัดรักษาโรคต่างๆ มากมาย

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ มะเร็ง และการแก่ก่อนวัย
  • ความสามารถในการควบคุมระบบการไหลเวียนของเลือด ลดความดันโลหิต ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำตาลหรือผู้ป่วยเบาหวาน
  • ช่วยยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ป้องกันเส้นเลือดอุดตันในสมองและหัวใจ
  • ช่วยในการบำรุงตับและเพิ่มคุณสมบัติในการทำลายสารพิษ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคตับอักเสบ
  • สามารถสร้างระบบภูมิต้านทาน เพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว ช่วยต้านทานไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราและเซลล์มะเร็ง โดยจะมีสาร Polysaccharide จะช่วยกระตุ้นเซลล์ Lymphocyte-T ทำให้บรรเทาการเกิดโรคภูมิแพ้ ผื่นคัน และหอบหืดได้
  • สารเคมีในเห็ดหลินจือ ช่วยผ่อนคลายระบบประสาท จึงทำให้นอนหลับสนิท
  • ล้างสารพิษในร่างกาย (Detoxification) สารสำคัญต่าง ๆ ในเห็ดหลินจือ กระจายไปทั่วร่างกาย เพื่อขับไล่พิษ สารพิษและสารตกค้างที่ทำให้เกิดโรค เช่นกรดยูริก น้ำตาล ไขมัน สารก่อมะเร็ง หรือสารเคมีต่าง ๆ ที่เป็นพิษต่อร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยบำรุงไตให้ไตทำงานได้ดีขึ้น หรือในบางรายที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ก็ยังช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตด้วย

    ทั้งนี้ กระบวนการล้างพิษของเห็ดหลินจืออาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ มีไข้ ปวดตามข้อ ท้องเสีย น้ำมูกไหล ไอ เป็นต้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่รับประทาน 3-7 วัน จนเห็ดหลินจือได้ขับสารพิษออกจากร่างกายและร่างกายเริ่มปรับสภาพได้แล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

  • วิกิพีเดีย, http://th.wikipedia.org/wiki/เห็ดหลินจือ
  • ASTVผู้จัดการออนไลน์, 1 สิงหาคม 2555, มหัศจรรย์“เห็ดหลินจือแดง” คืนสุขภาพดีให้กับตัวคุณ
  • องค์การเภสัชกรรม

เป็นวิตามินวิตามินเคจากธรรมชาติ (Vitamin K) หรือ เมนาไดโอน (Menadione) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน
…………………………………………………………………
ประโยชน์:
• ช่วยป้องกันเลือดออกภายในและเลือดออกไม่หยุด
• ช่วยบรรเทาอาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ
• ช่วยในกระบวนการสร้างลิ่มเลือด
• ช่วยป้องกันกระดูกเปราะบาง
 
คำแนะนำในการรับประทาน:
• แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 65 – 80 ไมโครกรัมต่อวัน
• ผู้ที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคตับ โรคระบบทางเดินอาหาร มีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินเค
• การรับประทานวิตามินอีปริมาณสูงมาก ๆ จะส่งผลต่อการดูดซึมของวิตามินเคได้
• หากคุณมีเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้ง ควรลองรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคสูงให้มากขึ้น
• ยาลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดอาจทำให้เกิดภาวะขาดวิตามินเคได้

แร่ธาตุสังกะสี จัดเป็นแร่ธาตุในกลุ่ม (Trace Minerals) ซึ่งมีชื่อที่เราเรียกอีกอย่างหนึ่งที่และคุ้นหูกันและชอบเรียกกันว่า ซิงค์ (Zinc) โดยร้อยละ 90 ของสังกะสีที่มีในร่างกายจะอยู่ที่กระดูกและกล้ามเนื้อ และอีกร้อยละ 10 นั้นจะไปอยู่ที่ ตับอ่อน ตับ เลือด ส่วนร้อยละ 80 นั้นอยู่ในเม็ดเลือดแดงและร้อยละ 20 อยู่ในน้ำเหลืองค่ะ
……………………………………………………
ประโยชน์:
• การเจริญเติบโตของร่างกาย
• ระบบภูมิคุ้มกัน ภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ
• มีส่วนสำคัญในการรักษาบาดแผล
• ช่วยในการแข็งตัวของเลือด
• การทำงานของต่อมไทรอยด์
• ช่วยในเรื่องสายตาและการมองเห็น
 
ปริมาณที่แนะนำ:
อายุน้อยกว่า 1 ปี 3 – 5 มิลลิกรัม/วัน
อายุ 1 –10 ปี 10 มิลลิกรัม/วัน
อายุ 11 ปีขึ้นไป 15 มิลลิกรัม/วัน
สตรีในระยะตั้งครรภ์ 20 – 25 มิลลิกรัม/วัน
สตรีในระยะให้นมบุตร 25 – 30 มิลลิกรัม/วัน
ไม่ควรเกิน 40 มิลลิกรัม/วัน
 
สังกะสี (ซิงค์) & โรคต่างๆ
ภาวะขาดสังกะสี ซึ่งมักพบในกรณีต่อไปนี้
• ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือ เป็นโรคตับแข็ง
• หลังผ่าตัด นอนโรงพยาบาล หรือ รับอาหารทางสายยางเป็นเวลานาน
• สิว การศึกษาพบว่า ผู้ที่เป็นสิวมักมีระดับสังกะสีในเลือดต่ำ การรับประทานสังกะสีอาจช่วยรักษาสิวได้ แต่การทาครีมสังกะสีบริเวณที่เป็นสิวไม่พบว่าลดสิวได้
• โรคสมาธิสั้น พบว่าเด็กสมาธิสั้นมักมีปริมาณสังกะสีในร่างกายต่ำกว่าคนทั่วไป
• หวัด อาจช่วยให้หวัดหายเร็วขึ้นได้
• เหงือกอักเสบ พบว่าการใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของสังกะสีสามารถลดการเกิดเหงือกอักเสบและคราบหินปูนได้
• ปากมีกลิ่น พบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมสังกะสีสามารถลดกลิ่นปากได้
• ผมร่วง บางงานวิจัยพบว่าการกินสังกะสี ร่วมกับไบโอติน ช่วยลดอาการผมร่วงได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยส่วนใหญ่พบว่าสังกะสีอาจไม่ช่วยเรื่องผมร่วง
• ภาวะมีบุตรยากในชาย (Male infertility) บางงานวิจัยพบว่าสังกะสีช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิ ระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) และ เพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ในชายที่มีฮอร์โมนเพศต่ำ

อาร์จีนีนจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ เพราะหลังอายุสามสิบปี การหลั่งของฮอร์โมนต่าง ๆ จากต่อมใต้สมองจะลดลงมาก
……………………………………………………………
เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของต่อมใต้สมอง เช่นเดียวกับออร์นิทีน ฟีนิลอะลานีน และสารสื่อประสามตัวอื่น ๆ อาร์จีนีนมีความจำเป็นต่อการสร้างและการหลั่งของโกร๊ธฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
 
พบมากใน ถั่ว ข้าวโพดคั่ว ลูกแครอบ ของหวานประเภทเยลลี่ ช็อกโกแลต ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกเกด เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงา ขนมปังโอลวีต เนื้อสัตว์ และอาหารโปรตีนสูงทุกชนิด
 
ประโยชน์:
• กระตุ้นการหลั่งของโกรทฮอร์โมน
• เพิ่มจำนวนอสุจิ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย
• ช่วยตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และทำให้บาดแผลหาย
• ช่วยการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกาย และช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น
• ช่วยเสริมความตื่นตัวทั้งร่างกายและจิตใจ
• ช่วยลดระดับแอลดีแอลซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี
 
** การรับประทานแอล-อาร์จีนีนร่วมกับแอล-ออร์นิทีนช่วยกระตุ้นการลดน้ำหนักได้

ทัมทิมอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมีหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
……………………………………………………….
จากการศึกษาฤทธิ์การต่อต้านสารอนุมูลอิสระของทับทิมในผู้ที่มีน้ำหนักเกินจำนวน 22 คน จากการรับประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดทับทิม วันละ 1,000 มิลลิกรัม (ประกอบด้วยกรดแกลลิค 610 มิลลิกรัม) และวัดผลจากค่า TBARS ในเลือด (Thiobarbituric Acid Reactive Substances: TBARS) ซึ่งเป็นค่าการตรวจวัดฤทธิ์ในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ เพื่อเปรียบเทียบกับผลก่อนการทดลอง พบว่าค่าดังกล่าวลดลง จึงคาดว่าการรับประทานทับทิมอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
 
ในทับทิมมีสารแทนนินจำนวนมากซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้มากกว่า 13 ชนิด โดยช่วยให้เซลล์มะเร็งไม่เพิ่มจำนวนขึ้น เช่น มะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งลำไส้ เป็นต้น และจากการทดลองให้ “สารเอลลาจิก” จากทับทิมกับสัตว์ทดลองพบว่าสารนี้ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
 
ประโยชน์:
• ป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
• ปรับสมดุลฮอร์โมน
• ต้านอนุมูลอิสระ
• ลดริ้วรอย
• ช่วยลดไขมันส่วนเกิน
• ป้องกันโรคเกี่ยวกับตับ ดูแลตับ
• ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
• บรรเทาอาการไข้หวัดและเจ็บคอ
• ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
• ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดสิว

สรรพคุณหญ้าหางม้า horsetail .และยังนำมาประกอบอาหารใด้
หญ้าหางม้าเค้าว่ามีส่วนช่วยในเรื่องผมร่วง หัวล้าน จริงหรือไม่? เป็นสมุนไพรที่ส่งตรงมาจากยุคดึกดำบรรพ์ มันดึกดำบรรพ์ตามชื่อจริงๆนะครับไม่ใช่ฉายาหรืออะไร เพราะนักวิทยาศาสตร์พบว่าพืชกลุ่มนี้นั้นมีมาตั้งแต่ 350 ล้านปีก่อนเลยทีเดียว แล้วหญ้าตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์นี้มันมามีส่วนเกี่ยวข้องยังไงล่ะ หญ้าหางม้านี้ได้ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาในเรื่องของทางเดินปัสสาวะมาอย่างยาวนานแล้ว และในปัจจุบันก็ได้ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาผมร่วงด้วย ทั้งนี้เพราะในหญ้าหางม้านั้นมีซิลิกา(Silica) สูงจึงถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์หลากลหลายชนิดที่ช่วยซ่อมแซมและกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ และหญ้าหางม้ายังเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ที่ดูแลในเรื่องของหัวล้านอีกด้วย

ประโยชน์:

1.) ช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรง ให้ความชุ่มชื่นและปรับสภาพเส้นผมนุ่มสลวยเป็นเงางาม
2.) เป็นแหล่งสะสมซิลิกาและแคลเซียมที่ดี มีประโยชน์ในด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมทั้งยังส่งเสริมการทำงานของเซลล์ให้มีประสิทธิภาพที่ดี
3.) อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
4.) สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และยังเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคเกาต์
5.) สารสกัด จาก หญ้าหางม้า ประกอบไปด้วยซิลิกา ที่ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และมันยังส่งเสริมการดูดซึมของแคลเซียม ใช้ในการรักษาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูก เช่น โรคไขข้อและกระดูกพรุน
6.) ที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมในการเจริญและสร้างความแข็งแรงของผม เหมาะกับผู้ที่ผมร่วงหรือต้องการจะปลูกผม เพราะเนื่องจากมี Amino Acid และ phytosterols ซึ่ง จะสร้างความแข็งแรงให้กับรูขุมขน นอกจากนี้ยังเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหนังศีรษะ กระตุ้นรูขุมขน และลดการผลิตไขมันหรือน้ำมันในหนังศีรษะ ซึ่งส่งผลให้ผมมัน ทำให้เสียบุคลิกภาพ
7.) สารสกัดจาก หญ้าหางม้า ยังช่วยฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดีอีกด้วย

EstroG 100 -Korea  ลิขสิทธิ์จาก LAB. Naturalendo Tech Korea สารสกัดจากรากพืชที่ใช้เป็นเวลาหลายร้อยปีในเกาหลีและจีน EstroG-100®เพิ่งได้รับการเผยแพร่ในตลาดสหรัฐ ได้รับการจดสิทธิบัตรประกอบด้วยสารสกัดจากรากพฤกษศาสตร์ 3 ชนิด ที่ได้รับการพัฒนาโดยคัดกรองสารสกัดจากสมุนไพร 71 ชนิด
……………………………………………….
เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับสมดุลฮอร์โมนสูตรสมุนไพรที่ได้รับรางวัลนี้ได้รับการรับรองจาก FDA NDI และได้รับการทดสอบทางคลินิกแล้ว EstroG-100 มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพภายในเวลาเพียง 7-14 วันช่วยลดอาการที่ยากลำบากบางอย่างในสตรีวัยหมดระดูในวัยที่แตกต่างกัน 
 
ประโยชน์ :
• ปรับสมดุลฮอร์โมนหญิง และชาย
• มีผลต่อสมรรภาพของร่างกาย / ป้องกันความชรา
• ระบบการไหลเวียนของโลหิต / ความดันโลหิต / ปริมาณ
• น้ำตาลในเลือด
• ระบบภูมิคุ้มกัน
• ระบบประสาทสัมผัส และระบบความจำ
• ระบบการย่อย การดูดซึมและการขับถ่าย
• ระบบสืบพันธุ์และสมรรถภาพทางเพศ
• บรรเทาอาการของวัยหมดประจำเดือน

L-Glutamine นอกจากจะช่วยซ่อมแซมร่างกายแล้ว ยังช่วยให้เรากลับมาเป็นหนุ่มสาว แล้ว ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองอีก ประโยชน์รอบด้านแบบนี้ อย่าลืมเลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีนเยอะๆ นะคะ แต่ถ้าใครไม่สะดวกลองหาอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ L-Glutamine มาทดแทนก็ได้
…………………………………………………………………..
นอกจากซ่อมแซมร่างกายแล้ว L-Glutamine ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกด้วยนะ อย่างเช่น
 
1.ช่วยลดอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อในระหว่างออกกำลังกาย โดย L-Glutamine จะช่วยทำลายกรดแลคติค (Lactic Acid) ที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อ ทำให้เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อยล้า ซึ่งการออกกำลังกายได้นานขึ้น จะมีผลทำให้ มีการหลั่งฮอร์โมน Growth hormone ให้มากขึ้นทางอ้อมเช่นกัน
 
2. ช่วยกระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตให้มากขึ้น นอกจากจะทำให้มีการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตแล้ว ยังเป็นฮอร์โมนแห่งความเยาว์วัย ทำให้เรากลับมาเป็นหนุ่มสาวใหม่ได้อีกครั้ง
 
3.ช่วยซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อที่สึกหรอหรือได้รับบาดเจ็บ
มากกว่า 60% ของ L-Glutamine จะอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของกล้ามเนื้อนั่นเอง เมื่อเราออกกำลังกายอย่างหนัก ร่ายกายของเราจะต้องการใช้ Glutamine จำนวนมาก แต่เมื่อร่างกายสร้างได้ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการสลายเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มปริมาณกลูตามีนให้มากขึ้น เป็นผลให้เกิดภาวะ การสูญเสียกล้ามเนื้อ (Muscle breakdown) ขึ้นได้
 
4.เป็นแหล่งพลังงานที่ดีสำหรับสมอง ช่วยให้สมองมีการทำงานที่ดีมากขึ้น โดย L-Glutamine จะทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารสื่อประสาท คือ Glutamateและ GABA (กาบา) นอกจากนี้ยังช่วยล้างพิษสารแอมโมเนียที่เกิดขึ้น จากการทำงานหนักของสมองอีกด้วย ซึ่งเป็นของเสียของร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การทำงานของสมอง และระบบการย่อยให้เป็นปกติ และมีส่วนช่วยในการสมานแผล
 
ที่มา : http://www.clinicneo.co.th/detailcolumn.php?grp=10&sdata=&col_id=347
 
เอกสารอ้างอิง The Official Anti-Aging Revolution, Stop the clock .Time is your side for a younger,stronger,happier you.By.Ronald Klantz,MD.D.O. and Robert Goldman,MD.Ph.D.,D.O.,F.A.A.S.P,page 245-247

สารสกัดจากถั่วเมล็ดเหลืองทอง มีโปรตีนสูงกว่าถั่วทุกชนิด จัดเป็นโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้อยู่ครบทั้ง 8 ชนิด โดยเฉพาะไลซีน ลิวซีน (Leucine) ทรีโอนีน (Threonine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดที่มีน้อยมากในธัญพืชชนิดอื่น ๆ
…………………………………………………….
แต่ถั่วเหลืองจะมีเมทไทโอนีนในปริมาณน้อย จึงควรกินถั่วเหลืองรวมกับธัญพืชและเมล็ดพืชอื่น ๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโพด งา เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มีนักโภชนาการคำนวนไว้ว่าปริมาณถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม จะมากเท่ากับโปรตีนในเนื้อหมูแดง 2 กิโลกรัม หรือโปรตีนในไข่ไก่ 3 กิโลกรัม หรือโปรตีนในนมวัว 12 กิโลกรัม แต่ถั่วเหลืองอาจมีข้อด้อยกว่าโปรตีนจากสัตว์ตรงที่โปรตีนจากถั่วเหลืองจะถูกย่อยและดูดซึมไปใช้ได้ไม่ดีเท่าโปรตีนจากสัตว์
 
ถั่วเหลืองมีน้ำมันมากที่สุดในบรรดาถั่วด้วยกัน คือประมาณร้อยละ 20 ของน้ำหนักเมล็ด ไขมันเกือบทั้งหมดเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัวและประกอบด้วยกรดไขมันที่จำเป็น รวมทั้งสารเลซิทิน (Lecithin) นอกจากนี้ ยังปราศจากคอเลสเตอรอลเช่นเดียวกับไขมันหรือน้ำมันพืช มีวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม มีธาตุเหล็ก 110 มิลลิกรัม มากกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน (ผู้ใหญ่ต้องการธาตุเหล็กวันละ 10 มิลลิกรัม) ถั่วเหลืองจึงมีประโยชน์มากสำหรับผู้ป่วยที่ขาดธาตุเหล็ก และมีฟอสฟอรัสถึง 5,710 กรัม มิลลิกรัม (ผู้ใหญ่ต้องการฟอสฟอรัสวันละ 800 มิลลิกรัม) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสมองและระบบประสาท โดยเฉพาะในผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ
 
ผลการวิจัยถั่วเหลืองพอฮอร์โมนในพืชชื่อว่า ไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ที่มีสารสำคัญอย่าง เจนิสทีน (Genistein) มีฤทธิ์ยับยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ไดซีน (Daidzein) มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโทรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิง และเทสโทสเทอโรนหรือฮอร์โมนเพศชาย แต่มีฤทธิ์เพียงครึ่งเดียวของฮอร์โมนทั้งสองตัว สารนี้จะเข้าไปจับกับเซลล์เต้านมหรือต่อมลูกหมาก ป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนของตนเอง ที่มีฤทธิ์แรงกว่าและจะก่อให้เกิดมะเร็ง และการที่สารนี้มีฤทธิ์น้อย ๆ ก็จะทำให้ร่างกายมีการหล่อเลี้ยงของฮอร์โมนของฮอร์โมนเพศโดยไม่เกิดอาการพร่องฮอร์โมน ดังนั้น ถั่วเหลืองจึงสามารถลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งในต่อมลูกหมากและยังเหมาะสำหรับผู้หญิงก่อนและหลังวัยหมดประจำเดือนด้วย
 
ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) เพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาสรุปว่า การบริโภคถั่วเหลืองให้ผลในการลดไขมันในเลือด ควรกินอย่างน้อยวันละ 25 กรัม
 
 

Vitamin B Complex วิตามินบีรวม,  วิตามินบีรวมมีความจำเป็นระบบประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะ ต่าง ๆ วิตามินบีรวม เหมาะสำหรับการบำรุงสุขภาพของผิว – ผม – สายตา  – ตับ และยังมีประโยชน์อย่างมากในการรักษาความผิดปกติของเส้นประสาท แก้อาการชาปลายมือปลายเท้า เนื่องจากร่ายกายขาดวิตามินบี1, วิตามินบี6 และวิตามินบี12 ความเคร่งเครียดในชีวิตประจำวันทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบีมากยิ่งขึ้น และช่วยเปลี่ยนอาหารแต่ละมื้อให้เป็นพลังงาน สำหรับร่างกาย

Methyl folate ((6S)-5-methyltetrahydrofolic acid หรือ (6S)-5-MTHF) เป็นรูปของโฟเลทที่ให้สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีที่สุดของกรดโฟลิก จะทำงานร่วมกับวิตามินบี12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยบำรุงสมอง บำรุงเลือด ทำงานระดับดีเอ็นเอ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหัวใจและสมองเสื่อม

วิตามินบี12 ในรูปของ Methylcobalamin ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าวิตามินบี12 ในรูปอื่น ทำงานร่วมกับวิตามินบี3 ช่วยบำรุงสมองและเซลล์ระบบประสาท

แพนเทธีน (Pantethine) หรือวิตามินบี5 เป็นวิตามินที่ถูกทำลายได้ง่ายโดยความร้อน ภาวะกรด และด่าง วิตามินบี5 เป็นองค์ประกอบสำคัญของโคเอน-ไซม์เอ (Coenzyme A) ในร่างกายสิ่งมีชีวิต โคเอนไซม์ เอ มีบทบาทหน้าที่ในกระบวนการที่สำคัญของร่างกายหลายอย่าง รวมถึงกระบวนการเผาผลาญไขมัน โดยโคเอนไซม์ เอ เป็นสารสำคัญในกระบวนการเมตาโบลิซึ่มไขมัน(lipid metabolism) ดังนั้นการได้รับแพนโธทีนิค เสริม จึงช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันภายในเซลล์ได้ จำเป็นในเมแทบอลิซึมของกรดไขมัน ร่างกายสังเคราะห์สารนี้ได้ มีหน้าที่เป็นตัวพาหมู่เอซิล (acyl) ในระหว่างการออกซิไดส์น้ำตาลและกรดไขมันให้เป็นพลังงาน

Pyridoxal 5-Phosphate (P-5-P) เป็นโค-เอ็นไซม์ (coenzyme) ในรูปของวิตามินบี6 จำเป็นต่อกระบวนการเผาผลาญโปรตีนและกรดอะมิโน

ประกอบด้วย

  • วิตมินบี 1, Vitamin B1 (as thiamine mononitrate) 
  • วิตมินบี 2, Vitamin B2 (as riboflavin)  
  • วิตมินบี 3, Vitamin B3 (as niacin) 
  • วิตมินบี 5, Vitamin B5 (as calcium D-pantothenate)  
  • วิตมินบี 5, Pantethine (Vitamin B5 derivative)  
  • วิตมินบี 6, Vitamin B6 (from Pyridoxine HCl) 
  • วิตมินบี 6, Vitamin B6 (as pyridoxal 5-phosphate: P-5-P)
  • กรดโฟเลท, Folate (from folic acid and QUATREFOLIC (6S)-5-methyltetrahydrofolic acid glucosamine salt
  • วิตมินบี 12, Vitamin B12 (as methylcobalamin)  

Vitamin B3   NovoMin® Nutrarure C จาก Colorcon USA เป็นวิตามินที่มีความจำเป็นของร่างกายตัวหนึ่ง เราสังเคราะห์เองไม่ได้ ต้องรับเข้าสู่ร่างกายด้วยการกินและการทาครีมต่างๆ
…………………………………………………………….
วิตามินบี 3 (ไนอาซีน; niacin) เกี่ยวข้องกับกระบวนการเมทาบอลิซึมของสารอาหาร เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของเซลล์ รวมถึงเป็นโคเอนไซม์ (coenzyme) ของเอนไซม์อีกหลายชนิด
 
ผู้ใหญ่เพศชาย ต้องการวิตามินบี 3 อย่างน้อย 16 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนในเพศหญิงต้องการ 14 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์:
• ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้
• ช่วยทำให้ผิวขาวได้ เพราะเจ้าวิตามินตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ โดยจะทำให้ผิวขาวใสขึ้นกว่าเดิม
• วิตามินบี 3ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
• ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
• ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น
• ลดอาการวิงเวียนศีรษะ เนื่องจากน้ำในหูไม่เท่ากัน
• ช่วยลดกลิ่นปาก

ทอรีน เป็นกรดอะมิโน ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท มีผลดีต่อการทำงานของต่อมหมวกไต ทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนเพศ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ทอรีนจะมีธาตุสังกะสี (Zinc) เป็นตัวส่งเสริมการออกฤทธิ์ให้ได้ผลดียิ่งดีขึ้น ซึ่งเราจะพบ ธาตุสังกะสี ได้มากในหอยนางรม ดังนั้น หอยนางรม สามารถนำมาเป็น อาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพหรือสมรรถภาพทางเพศได้อย่างดี นอกจากนี้ ทอรีน ยังมีความสำคัญยิ่งต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกายอย่างมาก โดยเฉพาะในสมอง โดยพบคุณประโยชน์ต่างๆ ของทอรีนต่อร่างกาย ดังนี้

  • ช่วยเสริมสร้างในการทำงานของต่อมหมวกไต ช่วยให้การหลั่งของฮอร์โมนเพศชายออกมาให้มีปประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • แก้อาการอ่อนเพลีย รู้สึกสดชื่น และมีพลังในระหว่างวัน
  • ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ป้องกันโรควิตกกังวล
  • ช่วยรักษาโรคลมชัก ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
  • ทอรีนจะช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจใช้แคลเซียมได้อย่างสมดุลในการหดตัว ซึ่งไม่ทำให้เกิด Calcium Overload ต่อหัวใจ แม้จะอยู่ในสภาวะที่มีระดับแคลเซียมสูง ทำให้เชื่อว่าสามารถช่วยรักษาภาวะหัวใจวายได้
  • บำรุงดวงตา ส่งเสริมการมองเห็นและป้องกันศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม และช่วยในการทำงานของเรตินาในการรับแสง ปกป้องเรติน่าจากการทำลายของแสงที่รุนแรงและสารเคมีต่างๆ
  • เพิ่มการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ สำหรับผู้ชายที่เป็นหมัน (Male Infertility) อันเนื่องจากSperm ไม่เคลื่อนที่หรือไม่มีกำลังเคลื่อนที่ ซึ่งทอรีนจะช่วยให้สภาวะดังกล่าวดีขึ้นได้
  • ทอรีน สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง(Hypertension) โดยกลไกจะทำงานเกี่ยวข้องกับระบบ Renin-Angiotension ของไต ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมความดันโลหิต
  • ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาท จึงพบทอรีนมาก ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งกระแสประสาท เช่น สมองส่วนกลาง และพบมากในอวัยวะ ที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมผัส และแหล่งรวมกระแสประสาททั้งหลาย
  • ส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
  • ทอรีนช่วยในการทำงานของตับและตับอ่อนโดยการสร้าง Taurocholate ซึ่งจะไปช่วยทำให้ไขมันที่รับประทานเข้าไปแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ สามารถถูกย่อยและเผาผลาญได้ง่ายขึ้น ร่างกายของเราจึงสามารถนำพลังงานเหล่านั้นไปใช้เป็นกำลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้เร็วขึ้น
  • ทอรีนจัดว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองของทารกแรกเกิดและในวัยทารกจะมีปริมาณทอรีนมากกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในช่วงวัยเจริญเติบโตร่างกายจะต้องการทอรีนในปริมาณมาก
  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดขาว
  • ช่วยปกป้องปอด โดยป้องกันเนื้อปอดไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ
  • ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
  • ช่วยในการทำงานของแคลเซียม ช่วยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่างๆ ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประโยชน์ของวิตามินดี3

• วิตามินดีช่วยในการกระตุ้นดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัส มีความสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน และการเจริญเติบโต ช่วยในการเก็บสำรองแร่ธาตุไว้ในกระดูกและฟัน
• ช่วยในป้องกันโรคเยื่อบุตาอักเสบ ลดการอักเสบของเยื่อบุตา
• ช่วยควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด ลดการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย
• ควบคุมความดัน
• ป้องกันการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้
• วิตามินดีมีผลต่อการดูดซึมกลับของกรดอะมิโนที่ไต ถ้าขาดวิตามินดี กรดอะมิโน ในปัสสาวะจะเพิ่มขึ้น ถ้าวิตามินดีเพียงพออัตราการดูดซึมกลับกรดอะมิโนจะปกติ และในปัสสาวะจะลดปริมาณลง
• ควบคุมปริมาณของแคลเซียม และฟอสฟอรัสในกระแสโลหิตไม่ให้ต่ำลงจนถึงขีดอันตราย เช่น แคลเซียมจะต้องอยู่ในเลือดประมาณ 7 มิลลิกรัม/เดซิลิตร โดย วิตามินดี จะกระตุ้นการดูดแคลเซียมในลำไส้ เพราะมิฉะนั้นแคลเซียมจะถูกขับออกจากร่างกายไปหมด และวิตามินดี จะกระตุ้นการนำเอาฟอสฟอรัส มาใช้โดยทำหน้าที่กระตุ้นตลอดเวลา
• ช่วยสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้างคอลลาเจน
• ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
นักวิจัยหลายคนได้ชี้ให้เห็นว่า วิตามินดี มีผลกระทบกับยีนส์มนุษย์อยู่ 200 ยีนส์ และมีความสำคัญกับการทำงานปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และการแบ่งตัวของเซลล์ หากวิตามินดี ในร่างกายอยู่ในระดับที่ไม่เหมาะสม กระบวนการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำให้อายุของเซลล์ยืนยาวขึ้นจะมีประสิทธิภาพลดลง สาเหตุนี้ นำไปสู่การแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ และนำมาซึ่งความเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
เมื่อได้รับวิตามินดี ทางปากมันจะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปทางชีวภาพที่ สามารถทำงานได้ นั่นหมายความว่า วิตามินดี จะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปวิตามินดี3 (Vitamin D3) การเปลี่ยนรูปอย่างไม่สมบูรณ์ของวิตามินดี อาจก่อให้เกิดปัญหา ในเรื่องของสภาวะขาดแคลนวิตามินดีได้
ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ที่รับประทานวิตามินดี เสริมอาหาร

วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอการเสื่อมหรือการแก่ตัวของเซลล์ ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาวิจัยพบว่า การได้รับวิตามินซีในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะเก็บวิตามินซีไว้ตามเซลล์ต่างๆ เพื่อคอยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ที่แข็งแรงในร่างกาย เซลล์เหล่านั้นจึงไม่เสื่อมก่อนเวลาอันควร

วิตามินซี สร้างคอลลาเจน วิตามินซียังมีเป็นส่วนสำคัญต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ดังนั้น การกินวิตามินซี จึงช่วยเสริมการเนื้อเยื่อคอลลาเจน ทำให้ผิวไม่เหยี่ยวย่นก่อนวัยอันควร และวิตามินซี มีส่วยช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดี ทั้งยังช่วยเสริมสร้างเอ็นกระดูกอ่อนในร่างกายได้อีกด้วย

วิตามินซี ช่วยให้ผิวขาว เนื่องจาก วิตามินซีมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์สร้างเม็ดสี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดสีเมลานิน จึงช่วยลดรอยดำและผิวหมองคล้ำได้ และยังช่วยป้องกันการเกิดกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ กรณีที่ผิวคล้ำจากการตากแดด ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาที่ร่างกายสร้างเม็ดสีผิวขึ้นมาเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด กรณีนี้วิตามินซีจะช่วยให้ผิวที่คล้ำเสียจากแสงแดดกลับมาเป็นสีผิวปกติได้ ส่วนกรณีผิวคล้ำจากพันธุกรรม วิตามินจะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผ่องใส ผิวมีสุขภาพดี แต่ไม่ได้ช่วยให้ผิวขาวขึ้นจนดูเป็นคนละคนกันได้

วิตามินซี ช่วยป้องกันหวัด จากงานวิจัยของดร.ไลนัส พอลลิง นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล ปี 1970 ศึกษาแล้วพบว่า หากร่างกายได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม จะสามารถป้องกันหวัดได้ และหากเป็นหวัดอยู่แล้วก็จะช่วยให้หายจากอาการไข้หวัด ได้เร็วขึ้นถึง 40% เพราะวิตามินซีช่วยในการทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ วิตามินซี ยังมีคุณสมบัติในการช่วยลดอาการภูมิแพ้ เนื่องจาก วิตามินซีสามารถช่วยลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้ หรืออิสตามิน ในร่างกายได้ ซึ่งสารอิสตามิน จะถูกกระตุ้นให้มีปริมาณสูงขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารหรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้น วิตามิน จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของอาการแพ้ หอบหืด และไซนัส จากคุณสมบัติการเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เมื่อมีอาการได้

Tocopherols VitaminE โทโคฟีรอล วิตามินอีจากธรรมชาติ สารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหัวใจ บำรุงผิวพรรณให้ดูอ่อนกว่าวัย เพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดฝอยบนใบหน้า
…………………………………………………………………..

วิตามินอี ละลายในไขมัน ใช้หน่วยวัด ตามการออกฤทธิ์ทางชีวภาพเป็นหน่วยสากล (IU) โดย 1 IU = 1 มิลลิกรัม, ประกอบด้วยสารตามธรรมชาติ 2 กลุ่มใหญ่ คือ โทโคฟีรอล และโทโคไทรอีนอล, โดยแต่ละกลุ่มจะแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย คือ แอลฟา เบต้า แกมมา และ เดลต้า

โดย แอลฟา-โทโคฟีรอล จัดได้ว่ามีฤทธิ์ทางกายภาพสูงสุด และ แกมมา-โทโคฟีรอล จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มระดับเอนไซม์ซูเปอร์ออกไซด์ดีสมิวเทส(SOD) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ และความชรา โดยคุณประโยชน์ของวิตามินอี ต่อร่างกายมีดังนี้

  • ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย โดยการชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์อันเกินจาก ปฏิกิริยา ออกซิเดชัน (อนุมูลอิสระ)
  • วิตามินอี ขนาด 400-800 IU จะช่วยปรับปรุงการไหลเวียนเลือดในเส้นเลือดฝอยเล็กๆ บนใบหน้า ส่งเสริมการสร้างเซลล์ทดแทนบนผิวชั้นนอก
  • ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)
  • เพิ่มการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
  • ปกป้องปอดจากมลพิษทางอากาศ โดยจะทำงานร่วมกับวิตามินเอ
  • ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภท
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู่กับโรค ให้กับเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์
  • ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม
  • ป้องกันและสลายลิ่มเลือด
  • บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  • ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก
  • ป้องกันแผลเป็น เมื่อใช้ทาจะซึมผ่านผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว
  • เร่งให้แผลไหม้บริเวณผิวหนังหายเร็วขึ้น
  • ทำงานคล้ายเป็นยาขับปัสสาวะ
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยในการป้องกันภาวะแท้ง
  • บรรเทาอาการตะคริวหรือขาตึง
  • ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์

4X เพิ่มพรีไบโอติคส์หรืออาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกายเราอีกตัวร่วมกับ”อินูลิน”โดยใช้โดยฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ที่มี”คุณภาพดีที่สุด” ชนิดที่สกัดมาจากหัวชิคอรี่ (Chicory Root)ช่วยในการย่อยทำให้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลลดลง ช่วยลดอาการท้องผูกทางอ้อมโดยทำให้อุจจาระนุ่มขึ้นจึงขับถ่ายได้ง่ายขึ้นและ “ทำให้การดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น”….(เพิ่มประสิทธิภาพให้ Superfood )

 

ขอขอบคุณผู้ร่วมทดสอบ 4X: 2108 Beta Version

Tanyongg Sc

[ AGE  35] นี่นาฬิกาชัดดาวปะเนี่ย เป็นโลกนอนไม่หลับ รั่นล้าตอนกลางคืนง่วงตอนเช้า ดีมาก 4ทุ่มครึ่งบังคับนอน เช้าบังคับตื่น ดีมากเช้าตื่นมาตาใสแจ้ว  ไม่เพลียไม่ง่วงซึม ไม่เหมือนคน มึนๆๆ อยู่ตลอดเวลา  

Namadlom Beer-chang

ทาน 3 วันน้ำหนักไม่ขึ้น ชอบค่ะ รู้สึกขับถ่ายดี  เสาร์-ทิตย์ เพิ่งกลับมาจากงานบวชที่สุพรรณ แดดเเรงมาก หลายคนบ่นแสบหน้า แสบตา สิ่งแรกที่รู้สึกเลย คือเราไม่มีอาการเลย แต่ก็แอบกังวล กลัวจะหน้าดำอยู่ กลับมาล้างหน้าดู ก็รู้สึกว่าหน้าไม่ดำน่ะ หรือว่าเราคิดไปเอง  คนที่ทักบอกว่า แต่พี่ก็ไม่เห็นน้องจะหน้าดำเลยน่ะ รู้สึกดีมากกกกกค่ะ