3X: 2017

3X AGE SUPERFOOD

คืนความอ่อนเยาว์แบบครอบคลุมสำหรับชาว 30+
 
” อายุมากขึ้น ปัญหามากขึ้น “
อันเกิดจากความเสื่อมของร่างกาย และพฤติกรรมการดำรงชีวิต   ความเครียสสะสม  พักผ่อนน้อย  ไม่มีเวลาดูแลเรื่องอาหาร….ไหนจะเรื่องผิวพรรณ  เส้นผม  ระบบย่อย  ขับถ่าย  เผาผลาญ  ระดับฮอร์โมน และอื่นๆ  

” ง่าย สะดวก ครบ ตอบโจทย์ชาว 30+ ” ออกแบบจากปัญหาแห่งวัย  ด้วยการนำคุณประโยชน์หลักจาก Superfoods & Vitamins เพื่อเข้าแก้ไขตรงจุดของปัญหาสุขภาพแบบ Skin young for Forever ทั้งยังเป็นการสนับสนุน(เพิ่มประสิทธิภาพ และลดการหักล้าง) ของแต่ละ ingredient เน้นการบำรุงแบบเติมเต็ม  และให้ร่างกายได้กลับมาทำงานได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ( Anti-Aging 360)

 
 V4-2017 ”  Stem Cell Technology (Germany) ลิขสิทธจาก  Bio-Zelle 
 

บริษัท Bio-Zelle GmbH บริษัทชีวเทคโนโลยีจากเยอรมนี ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในด้านการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อพืชเพื่อให้ได้มาเป็น “สารสกัดพิเศษ” เพื่อใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (oral supplement) เพื่อชะลอวัยฟื้นฟูสุขภาพและซ่อมเเซมเซลล์  Bio-Zelle GmbH มีเครือข่ายอยู่ทุกมุมโลกและเป็นที่ยอมรับจากคลินิกชะลอวัยชั้นนำ แพทย์และนักเวชศาสต์ชะลอวัยต่างให้การยอมรับในผลลัพธ์ของสารสกัดจากเซลล์เนื้อเยื่อพืช Healing & Renew Callus (แคลลัส) คือเซลล์เนื้อเยี่อจากพืชที่ไม่พัฒนาไปเป็นอวัยวะอื่นใด มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถซ่อมเเซมเซลล์ตัวเองได้เมื่อเกิด บาดแผล (Healing) และสามารถฟื้นฟูเซลล์ให้เกิดใหม่ได้อีกครั้ง (Renew)

PeterFarm uses ingredients have been scientifically certified for effectiveness and stability from 15  countries  คัดเลือกสารสกัดจากธรรมชาติ 100%  ผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์(ระดับสากล)  มีสรรพคุณออกฤทธิ์ และปลอดภัยจริงเท่านั้น..เพิ่มเติม!

ง่าย สะดวก

เพื่อให้สะดวกขึ้นในการดูแลสุขภาพสำหรับชาว 30+  รวมสารอาหารจำเป็นไว้ในซองเดียว พร้อมแต่งรสให้ทานง่าย(Grapefruit Flavor) ทั้งออกแบบให้สะดวกในการพกพา – เก็บรักษาโดยยังคงประสิทธิภาพไว้
…………………………………………..
เพื่อให้เพียงพอความต้องการร่างกายในวัย 30+ 
1 ซองบรรจุ 12.5 g.(เท่ากับ 12 เม็ดแคปซูลโดยประมาณ)
1 กล่องบรรจุ 7 ซอง
 
 
การรับประทาน:  
• Care: ทานเมื่อต้องการ      • Healthy: ทานวันเว้นวัน          • Performance: ทานทุกวัน
 
เลข อย. 11-1-06353-1-0348

ส่วนประกอบสำคัญของ 3X [V4_2017]

Resveratrol เป็น phytoalexin มี, โดยทั่วไปพบ ในผิวขององุ่น และไวน์แดง. โดยมีงานวิจัยออกมามากมาย ต่างออกมายืนยันประโยชน์ของ RESVERATROL จำนวนมากสูงขึ้นถึง 4000ฉบับ
……………………………………………….
Resveratrol เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายประมาณปี ค.ศ. 1990 เมื่อมีการศึกษาวิจัยพบว่าสาเหตุที่ชาวฝรั่งเศสประสบปัญหาเรื่องโรคหัวใจ น้อยกว่า และมีอายุขัยที่ยืนยาวกว่าพลเมืองของประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปกว่า 18 ประเทศที่บริโภคอาหารที่มีไขมันสูงในปริมาณมาก เพราะชาวฝรั่งเศสนั้นบริโภคไวน์แดง ซึ่งมี Resveratrol ในปริมาณมากนั่นเอง โดยพบคนที่เป็นโรคหัวใจเพียงร้อยละ 42 ของคนที่บริโภคอาหารที่มีไขมันสูงร่วมกับการดื่มไวน์เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
 
Resveratrol มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม เป็นตัวช่วยล้างพิษของบรรดาสารต้านอนุมูลอิสระได้สูงถึงร้อยละ 34 ช่วยชะลอความชรา ยืดอายุขัยให้ยาวนานขึ้นได้ถึงร้อยละ 30-40 นอกจากนั้นในตำราแพทย์แผนโบราณของจีนยังใช้สารเรสเวอราทรอลเป็นยาแก้อักเสบอีกด้วย
 
คุณประโยชน์:
• ชะลอความชรา
• ต้านอนุมูลอิสระ
• ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
• ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
• การต่อต้านมะเร็ง
• ปรับสมดุลในร่างกาย
• ช่วยป้องกันการเสื่อมของเส้นประสาทสมอง
• ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัล•ไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน
• ลดปริมาณของโคเรสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)
• ลดการเกิดเนื้องอก
 

 
Wellnex -Japan เปปไทด์ คอลลาเจนที่ดีที่สุด ควบคุมการผลิตโดย Nitta Gelatin Japan ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตคอลลาเจน ไดเปปไทด์ อันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งมายาวนาน เป็นเวลากว่า 100 ปี ผลิตด้วยกรรมวิธี Enzymatic Hydrolysi  ทำให้ได้โมเลกุลขนาดเล็ก 
……………………………………………………………
คอลลาเจนเปปไทด์มีกรดอะมิโนที่จำเป็น 8 ใน 9 ชนิดและมีโพรลีนไกลลีนและไฮดรอกซีโปรโลนสูง hydroxyproline-proline และ hydroxyproline-glycine Wellnex Collagen Peptides สามารถดูดซึมได้ง่ายและสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวสุขภาพกระดูกและข้อ 
 
คุณประโยชน์:
• บำรุงสุขภาพของผิวหนังและเส้นผม
•. ลดอาการเจ็บข้อต่อและการเสื่อมสภาพ
•. ช่วยรักษาลำไส้รั่ว
• เพิ่มการเผาผลาญ มวลกล้ามเนื้อ และพลังงานที่ได้รับ
• เสริมความแข็งแรงของเล็บ เส้นผม และฟัน
• บำรุงตับ
• ปกป้องสุขภาพของหัวใจและระบบหลอดเลือด
 
http://wellnex-collagen.com/เพิ่มเติม คลิก! 
 
 

คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) หรือ คอลลาเจนไทพ์ 2 เป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่พบในเซลล์กระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ
……………………………………………………
ประโยชน์: 
•ซ่อมแซมกระดูกอ่อนที่สึกหรอบริเวณข้อ
• กระตุ้นการสังเคราะห์เซลล์กระดูกอ่อนเพิ่มขึ้น
• เพิ่มระดับ กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ
• ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายดีขึ้น
ปริมาณเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน (40 มก.)

Coenzyme Q10 นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา ไม่ใช่แค่ในเรื่องของผิวพรรณความสวยความงามอย่างที่เราเข้าใจกันมาตลอดเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อเรื่องของสุขภาพของเรามากมาย
ผู้ที่มักมีระดับ CoQ10 ต่ำกว่าคนทั่วไป:
ผู้สูงอายุ / ผู้ที่สูบบุหรี่ /ความดันโลหิตสูง/ โรคพาร์กินสัน /โรคเกี่ยวกับฟัน
………………………………………………………………..
ประโยชน์:
• ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด (Photo aging)
• ต้านอนุมูลอิสระ
• ช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้เป็นอย่างดี
• สารสำคัญในการสร้างพลังงานให้กับเซลล์ผิว
• ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ผิวทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่นได้ดี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น
• เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
• สำหรับผู้สูงอายุหลายๆคนแล้วการรับประทานโคคิว10 จะทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนมีพลังขึ้นมาทันที โรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายเช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์คินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาท
เชื่อว่าสามารถช่วยรักษาและป้องกันโรคมะเร็งได้
• รักษาระดับโคเลสเตอรอลสูงในกระแสเลือด
 
ปริมาณของโคเอนไซม์ คิวเทนที่แนะนำ:
การรับประทาน Coenzyme Q 10 เป็นอาหารเสริมควรบริโภคในปริมาณ 30-50 มิลลิกรัมต่อวัน

อาร์จีนีนจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ เพราะหลังอายุสามสิบปี การหลั่งของฮอร์โมนต่าง ๆ จากต่อมใต้สมองจะลดลงมาก
……………………………………………………………
เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของต่อมใต้สมอง เช่นเดียวกับออร์นิทีน ฟีนิลอะลานีน และสารสื่อประสามตัวอื่น ๆ อาร์จีนีนมีความจำเป็นต่อการสร้างและการหลั่งของโกร๊ธฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
 
พบมากใน ถั่ว ข้าวโพดคั่ว ลูกแครอบ ของหวานประเภทเยลลี่ ช็อกโกแลต ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกเกด เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงา ขนมปังโอลวีต เนื้อสัตว์ และอาหารโปรตีนสูงทุกชนิด
 
ประโยชน์:
• กระตุ้นการหลั่งของโกรทฮอร์โมน
• เพิ่มจำนวนอสุจิ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย
• ช่วยตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และทำให้บาดแผลหาย
• ช่วยการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกาย และช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น
• ช่วยเสริมความตื่นตัวทั้งร่างกายและจิตใจ
• ช่วยลดระดับแอลดีแอลซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี
 
** การรับประทานแอล-อาร์จีนีนร่วมกับแอล-ออร์นิทีนช่วยกระตุ้นการลดน้ำหนักได้
 

ทัมทิมอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมีหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
……………………………………………………….
จากการศึกษาฤทธิ์การต่อต้านสารอนุมูลอิสระของทับทิมในผู้ที่มีน้ำหนักเกินจำนวน 22 คน จากการรับประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดทับทิม วันละ 1,000 มิลลิกรัม (ประกอบด้วยกรดแกลลิค 610 มิลลิกรัม) และวัดผลจากค่า TBARS ในเลือด (Thiobarbituric Acid Reactive Substances: TBARS) ซึ่งเป็นค่าการตรวจวัดฤทธิ์ในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ เพื่อเปรียบเทียบกับผลก่อนการทดลอง พบว่าค่าดังกล่าวลดลง จึงคาดว่าการรับประทานทับทิมอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
 
ในทับทิมมีสารแทนนินจำนวนมากซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้มากกว่า 13 ชนิด โดยช่วยให้เซลล์มะเร็งไม่เพิ่มจำนวนขึ้น เช่น มะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งลำไส้ เป็นต้น และจากการทดลองให้ “สารเอลลาจิก” จากทับทิมกับสัตว์ทดลองพบว่าสารนี้ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
 
ประโยชน์:
• ป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
• ปรับสมดุลฮอร์โมน
• ต้านอนุมูลอิสระ
• ลดริ้วรอย
• ช่วยลดไขมันส่วนเกิน
• ป้องกันโรคเกี่ยวกับตับ ดูแลตับ
• ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
• บรรเทาอาการไข้หวัดและเจ็บคอ
• ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
• ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดสิว

เก๋ากี้ หรือโกจิเบอร์รี่ (Goji Berry) หรือ Wolfberry มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lycium barbarum เป็นพืชตระกูลเดียวกับมะเขือเทศ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งตระกูลเบอร์รีสีแดงมีลักษณะเป็นเมล็ดเล็กๆ มีถิ่นกำเนิดแถบทวีปเอเชีย 
……………………………………………….
จากการค้นคว้าและวิจัยของ Dr. Earl Mindell พบว่าผลเก๋ากี้ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีค่า ORAC (ประสิทธิภาพในการกำจัดอนุมูลอิสระ) ในปริมาณมากถึง 25,300 (ในขณะที่ลูกพรุนซึ่งมีค่า ORAC เป็นลำดับที่ 2 มีค่า ORAC เพียง 5,700 เท่านั้น)
 
สรรพคุณโดยรวม
บำรุงร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานสัมพันธ์กันได้ดี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยให้หัวใจแข็งแรง ช่วยสร้างเม็ดเลือดที่แข็งแรงเพิ่มขึ้น ช่วยระบบเจริญพันธุ์ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ป้องกันอาการคลื่นไส้ของหญิงมีครรภ์ ลดอาการอักเสบของโรคไขข้ออักเสบ เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และกระดูก ช่วยให้เหงือกแข็งแรง ปรับปรุงระบบการย่อย ลดความเครียด อาการปวดศีรษะ แก้อาการวิงเวียนศีรษะ ช่วยในการนอนหลับ ช่วยในเรื่องความจำ ทำให้รู้สึกสดชื่น บรรเทาอาการนอนไม่หลับ ปรับปรุงคุณภาพของการนอน ช่วยให้การออกกำลังกายได้นานขึ้น ช่วยขจัดความเมื่อยล้าและความเฉื่อยชา บำรุงตับ และไต
บำรุงสายตา จากงานวิจัยพบว่าเก๋ากี้ มีสารจำพวกซีแซนทีน(zeaxanthin) และลูทีน(lutein) สูงมากซึ่งสารสำคัญดังกล่าวเป็นสารจำพวกแคโรทีนอยด์(carotenoid)
เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
• ต้านอนุมูลอิสระ เก๋ากี้อุดมด้วยวิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี และสารฟลาวานอยด์ในปริมาณที่สูง ช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณ ชะลอความชรา
ต้านเซลล์มะเร็ง 
ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ต้านเบาหวาน ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ยับยั้งการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยให้หัวใจแข็งแรง เนื่องจากในเก๋ากี้มีสารพวกไซเพอโรน(cyperone) 
เสริมความจำและคลายเครียด บีเทนในเก๋ากี้ ช่วยให้เกิดการสร้างสารโคลีน (choline) ซึ่งเป็นสารประกอบที่ช่วยเสริมความจำให้ดีขึ้น
ช่วยระบบเจริญพันธุ์ ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน (Testosterone) ในเลือด
ข้อมูลอ้างอิง
 
• คู่มืออาหารเสริม ฉบับสมบูรณ์, ดร.เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์
• Amagase H, et al. A Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled, Clinical Study of the General Effects of a Standardized Lycium barbarum (Goji) Juice, GoChi. J Altern Complement Med, 2008 Apr. 30.
• Bown. D. Encyclopaedia of Herbs and their Uses. Dorling Kindersley, London. 1995
• Chang RC, et al. Use of Anti-aging Herbal Medicine, Lycium barbarum, Against

ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารสำคัญที่พบได้ ในผลมะเขือเทศ จัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด พบไลโคปีนได้ใน มะเขือเทศ ฟักข้าว แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู และมะละกอ เป็นต้น ซึ่งพบไลโคปีนในปริมาณตั้งแต่ 0.9 –9.30 กรัม ใน 100 กรัมของมะเขือเทศสด มะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า

มะเขือเทศ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย กลุ่มคาโรทีนอยด์ และโพลีฟีนอล สารเด่นในกลุ่มคาโรทีนอยด์ คือไลโคพีน และบีตาแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ สารไฟโทอีน (phytoene) และไฟโทฟลูอีน (phytofluene)

นอกจากนี้ ยังพบว่าา มะเขือเทศ มีสารฟลาโวนอยด์มากในรูปของกลุ่มฟลาโวนอล โดยพบมากที่สุดในผิวมะเขือเทศ 98% ของฟลาโวนอล ทั้งหมดในผลมะเขือเทศ สารที่พบคือ เควอร์เซติน (quercetin) และแคมป์ฟีรอล (kaempferol) มะเขือเทศมีประโยชน์ในด้านต่างๆ อีกมากมาย

  • ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ต่อมลูกหมาก ลดความเสี่ยงของโรคต่อมลูกหมากโต
  • ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-Alpha-reductase ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผมร่วงในเพศชาย
  • มะเขือเทศมีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้โรคที่เกี่ยวกับเชื้อราในช่องปากได้
  • มะเขือเทศช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย รักษาสิว สมานผิว ช่วยให้ผิวเต่งตึง จะใช้น้ำมะเขือเทศทาพอกหน้า หรือใช้มะเขือเทศสุกฝานบางๆ ปะบนใบหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม
  • มะเขือเทศมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จึงสามารถใช้ลดอาการความดันเลือดสูงได้
  • มะเขือเทศบำรุงสายตา เนื่องจากมีวิตามินเอสูง
  • มะเขือเทศลดอัตราเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และโรคหลอดเลือดหัวใจ

งานวิจัยจากสาขาวิชาสารอาหารและระบาดวิทยา ภาควิชาสาธารณสุข มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า ไลโคปีน มีประสิทธิภาพในการระงับอนุมูลอิสระที่จะทำลายผนังเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ไลโคปีน เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา โดยทําหน้าที่ช่วยปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทําร้ายของอนุมูลอิสระ ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เติมน้ำและความชุ่มชื้นเสมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้กับคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวพรรณได้ ส่งผลให้ผิวพรรณเนียนนุ่มขึ้น ช่วยสร้างความสดใสให้กับผิวพรรณแบบธรรมชาติ โดยช่วยเสริมให้สุขภาพโดยรวมดูดีจากภายในสู่ภายนอก

  • บทความเผยแพร่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิยาลัยมหิดล, http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/
  • ผู้จัดการออนไลน์, http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000133970
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน, http://corp.doctor.or.th/mc02.html

คาเทชิน (Catechins) คือสารออกฤทธิ์สำคัญที่อยู่ในชาเขียว(และในใบชาชนิดต่างๆ) ประกอบไปด้วย Epigallocatechin-3-gallate (EGCG), Epicatechin-3-gallate, Epicatechin, Epigallocatechin, Gallocatechin gallate and Catechin ในทั้งหมดนี้ สารที่มีมากที่สุดคือ Epigallocatechin-3-gallate ซึ่ง EGCG จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในชาเขียว และมีปริมาณมากที่สุด มีความแรงของการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า วิตามินซี และวิตามินอี 25-100 เท่า จากผลการศึกษาวิจัยคุณสมบัติของชาเขียวพบว่า ชาเขียว มีประโยชน์ต่อสภาวะทางสุขภาพร่างกายหลายประการเช่น

  • EGCG มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยในการป้องกันการเกิดโรคท่อเลือดแดงและหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดอุดตัน (Coronary Artery Disease) จากการวิจัยพบว่า ชาเขียวสามารถช่วยลดคอเรสเตอรอลรวม และเพิ่มปริมาณคลอเรสเตอรอลชนิดดี(HDL)
  • สารคาเทชิน (Catechins) สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ สามารถช่วยทำลายเซลล์มะเร็งและหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ ทั้งนี้ ชาเขียวมีผลลัพธ์ทางการแพทย์ในเชิงบวกต่อการรักษามะเร็งประเภทต่อไปนี้ เช่น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งทรวงอก มะเร็งรังไข่ มะเร็งปลายลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งตับ อ่อน มะเร็งต่อมน้ำอสุจิ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะอาหาร
  • ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานประเภทหนึ่ง และชะลอการเกิดโรคเบาหวาน หรือเมื่อโรคเบาหวานได้เริ่มต้นเกิดขึ้นแล้ว จะทำการควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุล
  • สารโพลีฟีนอลส์ (Polyphenals) ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ จึงสามารถช่วยล้างพิษและกำจัดพิษในลำไส้ได้
  • ช่วยในการการป้องกันตับจากความเสียหายจากสารพิษต่างๆ เช่น แอลกอฮอลล์
  • ชาเขียว ช่วยในการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายให้เป็นพลังงาน ลดการสะสมของไขมันหน้าท้อง

ดร.นิรัชรา เลาหประสิทธิ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายว่า คาเทชิน เป็นสารประเภทโพลิฟินอล (Polyphenols) สามารถพบได้ในอาหารประเภทต่างๆ เช่น โกโก้ ไวน์ แอปเปิ้ล แต่พบปริมาณสูงที่สุดในชาเขียว คาเทชินเป็นอาวุธสำคัญของธรรมชาติที่เข้าไปทำหน้าที่ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในร่างกาย คาเทชินที่มีอยู่ในชาเขียวสามารถพบได้ในหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่สำคัญ คือ EGCG (Epigallocatechin gallate) EGCG ซึ่งเป็นอาวุธที่เข้าไปช่วยป้องกันปฏิกิริยา “ออกซิเดชั่น” อันเกิดจากเซลล์ในร่างกายทำปฏิกิริยากับออกซิเจนที่สามารถพบได้ในอากาศและปล่อย “สารอนุมูลอิสระ” เมื่อไม่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ร่างกายจึงไม่ผลิตสารอนุมูลอิสระ สารอนุมูลอิสระนี้เป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียต่างๆ เป็นต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามอายุที่เพิ่มขึ้น และพบความเชื่อมโยงของสารอนุมูลอิสระที่จะสามารถส่งผลให้เกิดมะเร็งได้

นอกจากนี้ ชาเขียว หรือ Green Tea ยังมีสรรพคุณในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha-reductase ชนิดที่ 1 ที่เป็นตัวสร้างฮอร์โมน DHT ที่กระตุ้นต่อมไขมันบนหนังศีรษะให้ทำงานมากกว่าปกติ จึงช่วยควบคุมความมัน และเป็นอีกทางเลือกสำหรับท่านที่มีผิวหน้ามันจนเกิดสิว และหนังศรีษะมันมากเกินปกติ จนอาจเป็นสาเหตุให้ผมร่วง ผมบางได้

ไบโอติน (Biotin) หรือ วิตามินบี 7 (Vitamin B7) หรือ วิตามินเอช (Vitamin H) จะช่วยรักษาสุขภาพผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ และ ส่วนสำคัญในการเผาผลาญไขมันและโปรตีน
………………………………………………………………….
ประโยชน์ของไบโอติน:
• ไบโอติน ช่วยป้องกันผมหงอกได้ดี
• ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
• ช่วยในการเผาผลาญไขมันและโปรตีน
• ช่วยป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะล้าน
• ช่วยบรรเทาอาการผื่นผิวหนังอักเสบ ผดผื่นคันต่าง ๆ
• ช่วยป้องกันและบำรุงรักษาเล็บที่แห้งเปราะ
 
โรคจากการขาดไบโอติน ได้แก่ ผมร่วง ซึมเศร้า เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง การเผาผลาญไขมันทำงานไม่สมบูรณ์ เป็นผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณหน้าและตัว
 
คำแนะนำในการรับประทานไบโอติน
• ไบโอตินในรูปแบบอาหารเสริม มีขนาดรับประทานทั่วไปตั้งแต่ 25 – 300 ไมโครกรัมต่อวัน
• ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง การรับประทานไบโอตินก็เป็นทางออกที่ดี
• ขณะตั้งครรภ์ ระดับของไบโอตินจะลดลง คุณควรรับประทานไบโอตินเสริม

Vitamin B3 เป็นวิตามินที่มีความจำเป็นของร่างกายตัวหนึ่ง เราสังเคราะห์เองไม่ได้ ต้องรับเข้าสู่ร่างกายด้วยการกินและการทาครีมต่างๆ
…………………………………………………………….
วิตามินบี 3 (ไนอาซีน; niacin) เกี่ยวข้องกับกระบวนการเมทาบอลิซึมของสารอาหาร เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของเซลล์ รวมถึงเป็นโคเอนไซม์ (coenzyme) ของเอนไซม์อีกหลายชนิด
 
ผู้ใหญ่เพศชาย ต้องการวิตามินบี 3 อย่างน้อย 16 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนในเพศหญิงต้องการ 14 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์:
• ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้
• ช่วยทำให้ผิวขาวได้ เพราะเจ้าวิตามินตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ โดยจะทำให้ผิวขาวใสขึ้นกว่าเดิม
• วิตามินบี 3ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
• ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
• ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น
• ลดอาการวิงเวียนศีรษะ เนื่องจากน้ำในหูไม่เท่ากัน
• ช่วยลดกลิ่นปาก

L-Glutamine เนี่ยนอกจากจะช่วยซ่อมแซมร่างกายแล้ว ยังช่วยให้เรากลับมาเป็นหนุ่มสาว แล้ว ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองอีก ประโยชน์รอบด้านแบบนี้ อย่าลืมเลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีนเยอะๆ นะคะ แต่ถ้าใครไม่สะดวกลองหาอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ L-Glutamine มาทดแทนก็ได้
…………………………………………………………………..
นอกจากซ่อมแซมร่างกายแล้ว L-Glutamine ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกด้วยนะ อย่างเช่น
 
1.ช่วยลดอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อในระหว่างออกกำลังกาย โดย L-Glutamine จะช่วยทำลายกรดแลคติค (Lactic Acid) ที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อ ทำให้เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อยล้า ซึ่งการออกกำลังกายได้นานขึ้น จะมีผลทำให้ มีการหลั่งฮอร์โมน Growth hormone ให้มากขึ้นทางอ้อมเช่นกัน
 
2. ช่วยกระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตให้มากขึ้น นอกจากจะทำให้มีการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตแล้ว ยังเป็นฮอร์โมนแห่งความเยาว์วัย ทำให้เรากลับมาเป็นหนุ่มสาวใหม่ได้อีกครั้ง
 
3.ช่วยซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อที่สึกหรอหรือได้รับบาดเจ็บ
มากกว่า 60% ของ L-Glutamine จะอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของกล้ามเนื้อนั่นเอง เมื่อเราออกกำลังกายอย่างหนัก ร่ายกายของเราจะต้องการใช้ Glutamine จำนวนมาก แต่เมื่อร่างกายสร้างได้ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการสลายเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มปริมาณกลูตามีนให้มากขึ้น เป็นผลให้เกิดภาวะ การสูญเสียกล้ามเนื้อ (Muscle breakdown) ขึ้นได้
 
4.เป็นแหล่งพลังงานที่ดีสำหรับสมอง ช่วยให้สมองมีการทำงานที่ดีมากขึ้น โดย L-Glutamine จะทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารสื่อประสาท คือ Glutamateและ GABA (กาบา) นอกจากนี้ยังช่วยล้างพิษสารแอมโมเนียที่เกิดขึ้น จากการทำงานหนักของสมองอีกด้วย ซึ่งเป็นของเสียของร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การทำงานของสมอง และระบบการย่อยให้เป็นปกติ และมีส่วนช่วยในการสมานแผล
 
ที่มา : http://www.clinicneo.co.th/detailcolumn.php?grp=10&sdata=&col_id=347
 
เอกสารอ้างอิง The Official Anti-Aging Revolution, Stop the clock .Time is your side for a younger,stronger,happier you.By.Ronald Klantz,MD.D.O. and Robert Goldman,MD.Ph.D.,D.O.,F.A.A.S.P,page 245-247

กระดูกอ่อนปลาฉลาม (Shark Cartilage) หรือ ก้างปลาฉลาม คือส่วนของกระดูกอ่อนที่ทั้งตัว
……………………………………………………..
ประโยชน์:
1.ลดการข้ออักเสบ ปวดเข่าและบวม ช่วยบรรเทาอาการปวด อักเสบในผู้ป่วยโรคไขข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoidarthritis)
2.กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกระดูกอ่อนในข้อสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มีความสมดุล
3.ยับยั้งเอนไซม์ที่เข้ามาทำลายคอลลาเจนบริเวณกระดูกอ่อนชะลอการสึกกร่อนของเนื้อเยื่อ และ กระดูกอ่อน
4.ป้องกันมะเร็ง สาร Glucoaminoglycans(GAGs)ในกระดูกอ่อนปลาฉลาม มีผลยับยั้งการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ๆ ที่จะไปเลี้ยงเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์ที่มะเร็ง ทำให้เซลล์เหล่านั้นขาดสารอาหาร และ ไม่สามารถเติบโตต่อไปได้อีก
5.ลดการอักเสบผื่นแพ้ ของผิวหนัง เช่น Eczema และ Psoriasis
6.ลดการเสียดสีสร้างความยืดหยุ่น ระหว่างข้อต่อ โดยสามารเพิ่มปริมาณการสังเคราห์ Proteoglycans และ กรดไฮยาลูโลนิกให้มากขึ้น
7.เสริมสร้างระบบภูมิคุ้นกันในร่างกายให้แข็งแรงช่วยลดอาการปวดหลัง ข้อเสื่อม เข่าเสื่อม เป็นต้น

L-Glutathione เป็น Amino Acid ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองในร่างกาย แต่มีปริมาณน้อยอาจไม่เพียงพอในการนำไปสร้างเป็น Enzyme Glutathione Peroxidase ซึ่งเป็นสาร Antioxidants ป้องกันการเกิดของ Free Radicals และป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์ตับ
………………………………………………………………..
กลูต้าไธโอน ทำให้ผิวขาวได้อย่างไร ?
 
กลไกที่ทำให้ผิวขาวของกลูต้าไธโอน เกิดจากกระบวนการสร้างเมลานิน โดยกลูต้าไธโอนไปลดการสร้างโดยการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส และกระตุ้นให้สร้างฟีโอเมลานิน(สีอ่อนขาวชมพู) มากกว่ายูเมลานิน(เมลานินสีคล้ำ) ผลของกลูต้าไธโอน ในเรื่องความขาวก็ต้องขึ้นกับสีผิวเดิมของผู้ที่เริ่มทาน หากมีสีผิวอ่อนอยู่แล้วก็เห็นผลไว แต่หากมีสีผิวคล้ำเดิมต้องรอให้ร่างกายสร้างเม็ดสีอ่อนใหม่ และเซลล์ผิวเก่าที่มีสีคล้ำผลัดหมดก่อน หากคล้ำมากอาจใช้เวลาเป็นปี เมื่อร่างกายได้รับปริมาณที่เหมาะสมจะควบคุมการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน ส่งผลให้ผิวหน้าและผิวกาย สวยขาวใส ไร้ริ้วรอยด่างคำ รวมถึงผิวทั่วเรือนร่าง เช่น ผิวใต้วงแขน ผิวบริเวณ บิกินี สีผิวริมฝีปากและสีผิวบริเวณหัวนม แลดูจางลง ขาวอมชมพูขึ้น และยังช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำงานร่วมกับวิตามินซี จะช่วยในเรื่องการดูดซึมและต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ที่ผิดปกติ อันเป็นสาเหตุของการเกิดความคล้ำของสีผิว กระ ริ้วรอยโดยช่วยให้ขนาดและความเข้มของรอยหมองคล้ำค่อยๆลดลง คืนความยืดหยุ่น เนียนสวยเป็นธรรมชาติ เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุดของโปรตีนคอลลาเจน และอิลาสติน บำรุงผิวพรรณ ช่วยลดปฏิกิริยาการเพิ่มเม็ดสีผิว เมื่อผิวหนังโดนแสงแดด และลดขนาดและความเข้มของฝ้าโดยไม่มีผลข้างเคียง
 
ประโยชน์:
• ทำให้ผิวขาวขึ้น
• ลดริ้วรอยจุดด่างดำ
• ป้องกันสิวและรอยดำจากสิว
• ต้านอนุมูลอิสระช่วยเสริมระบบ
• ภูมิคุ้มกันของร่างกาย
• อาจช่วยป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งตับ
• ช่วยกำจัดสารนิโคติน
• ช่วยเสริมฤทธิ์การทำงานของตับในการกำจัดสารพิษ
• มีบทบาทสำคัญในการป้องกันมะเร็งและใช้ในการรักษามะเร็ง(โดยเฉพาะที่มีการทำงานของตับ)
• ช่วยเพิ่มปริมาณเชื้ออสุจิ

ไกลซีน จัดอยู่ในกลุ่ม กรดอะมิโนไม่จำเป็น (non-essential amino acid) มีรสหวาน จำเป็นสำหรับการสร้างโปรตีนในร่างกาย การสังเคราะห์กรดนิวคลีอิก การสร้างของ RNA, DNA, กรดน้ำดี และกรดอะมิโนอื่น ๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ยังพบอีกว่ามีประโยชน์ในการช่วยดูดซึมของแคลเซียมในร่างกาย และเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน ไกลซีน เป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญมากในการช่วยเพิ่มการโอบอุ้มน้ำให้แก่เซลล์ผิวและรักษาความยืดหยุ่นของผิวหนัง
…………………………………………………………………………
ไกลซีน มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่โดดเด่นหลายประการ เช่น ไกลซีนให้ผลดีต่อการรักษาภาวะต่อมใต้สมองทำงานน้อย และเนื่องจากไกลซีนช่วยเพิ่มครีเอทีนีนให้แก่ร่างกาย (ครีเอทีนีน เป็นสารที่สำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ) มันจึงใช้ได้ผลในการรักษาโรคกล้ามเนื้อฝ่อลีบ และที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ หากร่างกายได้รับไกลซีนในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น และมีพลังงาน แต่หากได้รับมากเกินไปจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้
 
ไกลซีน มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง จึงถูกนำไปใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้าแบบคลุ้มคลั่งและอาการไฮเปอร์ และยังอาจช่วยป้องกันอาการของโรคลมชัดได้ด้วย
 
ปัจจุบัน แพทย์ทางโภชนาการหลายท่าน ใช้ไกลซีนในการรักษาภาวะน้ำตาลต่ำ (ไกลซีน กระตุ้นการหลั่งของกลูคากอน ซึ่งย่อยสลายไกลโคเจนเปลี่ยนรูปเป็นน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด)
 
นอกจากนี้ ไกลซีนยังถูกใช้ในการรักษาภาวะกรดในกระเพาะมากเกินไปอย่างได้ผล กรดอะมิโนชนิดนี้จึงมักถูกรวมไว้ในยาลดกรดหลายชนิดด้วยเช่นกัน ทั้งยังใช้ในการรักษาภาวะเลือดเป็นกรดบางกรณี โดยเฉพาะกรณี ลิวซีนไม่สมดุล ซึ่งส่งผลให้เกิดความผิดปกติของกลิ่นตัวและลมหายใจ ซึ่งก่อนหน้านี้รักษาได้เพียงวิธีเดียวคือ จำกัดอาหารที่มีลิวซีน
 
จากผลวิจัยพบว่า ไกลซีน เพิ่มความจำในผู้ที่ประสบปัญหาหลากหลายจาก การนอนหลับ รวมถึงโรคจิตเภท, โรคพาร์คินสัน, Huntington’s disease (โรคที่ก่อให้เกิดความผิดปกติที่มีผลต่อการประสานงานของกล้ามเนื้อ และกระบวนการคิด), โรคเจ็ตแล็ก (Jet Lag) และความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเกินไป
 
การขาดไกลซีน ร่างกายจะไม่สามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายได้ ผิวจะหย่อนคล้อยและไม่สามารถต้านทานต่อการทำร้ายผิวจากรังสียูวีและอนุมูลอิสระได้ และหากมีบาดแผลจะยากต่อการรักษา

ซีสเทอีน หรือแอล-ซีสเทอีน(L-Cysteine) เป็นกรดอะมิโน ชนิดหนึ่งที่เป็นสารตั้งต้นในการการสร้าง กลูต้าไธโอนให้กับร่างกายโดยจะทำงานร่วมกันกับ ไกลซีน(Glycine) และกรดกลูตามิก(Glutamic acid) ที่มีมากในของร่างกายเรา และสารที่จะสั่งให้เกิดการฟอร์มพันธะเป็นกลูต้าไธโอนได้นั้นคือ กลุ่มวิตามินซี หรือแคลเซียม แอสคอร์เบต (Calcium Ascorbate) 

แอล-ซีสเทอีน(L-Cysteine) ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ไทซิเนส(Tysinase) ไม่ให้สามารถเปลี่ยนเป็นโดปาควินโนน( Dopaquinone) ซึ่งมีผลทำให้สร้างเม็ดสีน้อยลง จึงทำให้มีผิวขาวขึ้นได้ มีคุณสมบัติลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต้านการเสื่อมของเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหน้า ขาวสวยใส เรียบเนียน เปล่งปลั่ง แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำ

คุณประโยชน์ที่สำคัญของอะมิโนซีสทีน(Cystine) และซีสเทอีน(Cysteine)

  • ซีสทีน ช่วยป้องกันผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาคีโมและการฉายรังสี ลดการสะสมของจุดด่างดำที่เกิดขึ้นตามวัย
  • บำรุงผิว เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างโปรตีนเคราติน(keratin) ที่ใช้ในการสร้างผิว ผม เล็บให้มีสุขภาพดี ช่วยให้รากผมแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย
  • การกำจัดพิษ (Detoxification) กลูตาไธโอนช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่าง ๆ ในร่างกายโดยเฉพาะ Glutathion-S-transferase ที่ช่วยในการกำจัดพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำ (ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีขึ้นและง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย
  • ช่วยป้องกันตับ จากการถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ (สุรา) สารพิษจากบุหรี่ ยาพาราเซตามอลเกินขนาด (Overdose)
  • ต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidant) โดยส่งเสริมการสร้างกลูตาไธโอน ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีความสำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย และหากขาดกลูตาไธโอน วิตามินซีและวิตามินอี อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่
  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Enhancer) โดยซีสเทอีน จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส นอกจากนี้กลูตาไธโอน ยังช่วยสร้าง และ

แหล่งที่พบกรดอะมิโนซีสทีน หรือซีสเทอีนในธรรมชาติ ร่างกายสามารถสังเคราะห์ซีสเทอีน(cysteine) ​​จากกรดอะมิโนเมไธโอนีน และได้รับจากอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น สัตว์ปีก, ข้าวสาลี, บร๊อคโคลี่, ไข่, กระเทียม, หัวหอม, ผลมะเม่า และพริกแดง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • วิตามินไบเบิล, ดร.เอิร์น มินเดลล์
  • www.vitaminstuff.com

แร่ธาตุสังกะสี จัดเป็นแร่ธาตุในกลุ่ม (Trace Minerals) ซึ่งมีชื่อที่เราเรียกอีกอย่างหนึ่งที่และคุ้นหูกันและชอบเรียกกันว่า ซิงค์ (Zinc) โดยร้อยละ 90 ของสังกะสีที่มีในร่างกายจะอยู่ที่กระดูกและกล้ามเนื้อ และอีกร้อยละ 10 นั้นจะไปอยู่ที่ ตับอ่อน ตับ เลือด ส่วนร้อยละ 80 นั้นอยู่ในเม็ดเลือดแดงและร้อยละ 20 อยู่ในน้ำเหลืองค่ะ
……………………………………………………
ประโยชน์:
• การเจริญเติบโตของร่างกาย
• ระบบภูมิคุ้มกัน ภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ
• มีส่วนสำคัญในการรักษาบาดแผล
• ช่วยในการแข็งตัวของเลือด
• การทำงานของต่อมไทรอยด์
• ช่วยในเรื่องสายตาและการมองเห็น
 
ปริมาณที่แนะนำ:
อายุน้อยกว่า 1 ปี 3 – 5 มิลลิกรัม/วัน
อายุ 1 –10 ปี 10 มิลลิกรัม/วัน
อายุ 11 ปีขึ้นไป 15 มิลลิกรัม/วัน
สตรีในระยะตั้งครรภ์ 20 – 25 มิลลิกรัม/วัน
สตรีในระยะให้นมบุตร 25 – 30 มิลลิกรัม/วัน
ไม่ควรเกิน 40 มิลลิกรัม/วัน
 
สังกะสี (ซิงค์) & โรคต่างๆ
ภาวะขาดสังกะสี ซึ่งมักพบในกรณีต่อไปนี้
• ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือ เป็นโรคตับแข็ง
• หลังผ่าตัด นอนโรงพยาบาล หรือ รับอาหารทางสายยางเป็นเวลานาน
• สิว การศึกษาพบว่า ผู้ที่เป็นสิวมักมีระดับสังกะสีในเลือดต่ำ การรับประทานสังกะสีอาจช่วยรักษาสิวได้ แต่การทาครีมสังกะสีบริเวณที่เป็นสิวไม่พบว่าลดสิวได้
• โรคสมาธิสั้น พบว่าเด็กสมาธิสั้นมักมีปริมาณสังกะสีในร่างกายต่ำกว่าคนทั่วไป
• หวัด อาจช่วยให้หวัดหายเร็วขึ้นได้
• เหงือกอักเสบ พบว่าการใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของสังกะสีสามารถลดการเกิดเหงือกอักเสบและคราบหินปูนได้
• ปากมีกลิ่น พบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมสังกะสีสามารถลดกลิ่นปากได้
• ผมร่วง บางงานวิจัยพบว่าการกินสังกะสี ร่วมกับไบโอติน ช่วยลดอาการผมร่วงได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยส่วนใหญ่พบว่าสังกะสีอาจไม่ช่วยเรื่องผมร่วง
• ภาวะมีบุตรยากในชาย (Male infertility) บางงานวิจัยพบว่าสังกะสีช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิ ระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) และ เพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ในชายที่มีฮอร์โมนเพศต่ำ

ฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์ (Fructooligosaccharide | FOS) เป็น Prebiotic คือ เส้นใยอาหารที่เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์สุขภาพให้เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ และยังทำให้ลำไส้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ เป็นเส้นใยอาหาร ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพลำไส้และร่างกายคือ

  • เป็นอาหารสำหรับจุลินทรีย์สุขภาพโดยเฉพาะ จึงช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์สุขภาพ และมีผลลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรค และสารก่อพิษหรือก่อมะเร็งที่มันผลิตขึ้นมา เช่น แอมโมเนีย สกาทอล พีครีซอล อินดอล และฟีนอล
  • ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้อุจจาระชุ่มน้ำ ขับถ่ายออกได้ง่ายขึ้น
  • ทำให้การเคลื่อนไหวและบีบตัวของลำไส้ดีขึ้น กากอาหารถูก ขับเคลื่อนลงไปและขับถ่ายออกง่ายขึ้น มีกลิ่นเหม็นลดลง
  • ป้องกันกระดูกพรุน โรคโลหิตจาง โดยช่วยเพิ่มการดูดกลับของแร่ธาตุสำคัญ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก
  • ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล โดยหลังจากถูกย่อยสลายด้วยแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้จะให้กรดไขมันสายสั้น ซึ่งจะช่วยยับยั้งการสร้างโคเลสเตอรอลที่ตับ
  • ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาว ฟื้นระบบภูมิต้านทานในลำไส้ใหญ่
  • ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยยับยั้งการสร้างสารก่อมะเร็ง
  • ไม่ทำให้อ้วน เพราะไม่มีแคลอรี่

โพรไบโอติก (Probiotic) คือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะทำให้เกิดผลดีต่อร่างกาย โดยจะช่วยเสริมภูมิคุ้ยกัน ปรับสมดุลในระบบการทำงานของลำไส้และระบบขับถ่าย ช่วยยับยั้งจุลชีพที่ไม่เป็นมิตรในลำไส้ ทำให้เชื้อเหล่านี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้ ช่วยสังเคราะห์วิตามินในลำไส้ ช่วยรักษาโรค ท้องเสีย ท้องเดิน และแผลในกระเพาะ ช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด แลคโตบาซิลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง สามารถจับกับโลหะหนัก และกรดน้ำดีซึ่งมีพิษ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • http://medinfo.psu.ac.th/smj2/smj24_4/pdf24_4/07utai.pdf
  • รายงานวิจัย”การคัดเลือกและศึกษาคุณสมบัติของโปรไบโอติกแบคทีเรียกรดแลคติกจากมูลทารกที่มีประสิทธิภาพยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งลำไส้”, มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • “โพรไบโอติก จุลินทรีย์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ”, สำนักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
  • http://www.foodnetworksolution.com
  • biogrow, http://biogrow.co.th/th/lactomin/178-fructooligosaccharide.html

Tocopherols VitaminE โทโคฟีรอล วิตามินอีจากธรรมชาติ สารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหัวใจ บำรุงผิวพรรณให้ดูอ่อนกว่าวัย เพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดฝอยบนใบหน้า
…………………………………………………………………..

วิตามินอี ละลายในไขมัน ใช้หน่วยวัด ตามการออกฤทธิ์ทางชีวภาพเป็นหน่วยสากล (IU) โดย 1 IU = 1 มิลลิกรัม, ประกอบด้วยสารตามธรรมชาติ 2 กลุ่มใหญ่ คือ โทโคฟีรอล และโทโคไทรอีนอล, โดยแต่ละกลุ่มจะแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย คือ แอลฟา เบต้า แกมมา และ เดลต้า

โดย แอลฟา-โทโคฟีรอล จัดได้ว่ามีฤทธิ์ทางกายภาพสูงสุด และ แกมมา-โทโคฟีรอล จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มระดับเอนไซม์ซูเปอร์ออกไซด์ดีสมิวเทส(SOD) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ และความชรา โดยคุณประโยชน์ของวิตามินอี ต่อร่างกายมีดังนี้

  • ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย โดยการชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์อันเกินจาก ปฏิกิริยา ออกซิเดชัน (อนุมูลอิสระ)
  • วิตามินอี ขนาด 400-800 IU จะช่วยปรับปรุงการไหลเวียนเลือดในเส้นเลือดฝอยเล็กๆ บนใบหน้า ส่งเสริมการสร้างเซลล์ทดแทนบนผิวชั้นนอก
  • ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)
  • เพิ่มการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
  • ปกป้องปอดจากมลพิษทางอากาศ โดยจะทำงานร่วมกับวิตามินเอ
  • ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภท
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู่กับโรค ให้กับเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์
  • ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม
  • ป้องกันและสลายลิ่มเลือด
  • บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  • ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก
  • ป้องกันแผลเป็น เมื่อใช้ทาจะซึมผ่านผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว
  • เร่งให้แผลไหม้บริเวณผิวหนังหายเร็วขึ้น
  • ทำงานคล้ายเป็นยาขับปัสสาวะ
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยในการป้องกันภาวะแท้ง
  • บรรเทาอาการตะคริวหรือขาตึง
  • ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์

วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอการเสื่อมหรือการแก่ตัวของเซลล์ ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาวิจัยพบว่า การได้รับวิตามินซีในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะเก็บวิตามินซีไว้ตามเซลล์ต่างๆ เพื่อคอยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ที่แข็งแรงในร่างกาย เซลล์เหล่านั้นจึงไม่เสื่อมก่อนเวลาอันควร

วิตามินซี สร้างคอลลาเจน วิตามินซียังมีเป็นส่วนสำคัญต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ดังนั้น การกินวิตามินซี จึงช่วยเสริมการเนื้อเยื่อคอลลาเจน ทำให้ผิวไม่เหยี่ยวย่นก่อนวัยอันควร และวิตามินซี มีส่วยช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดี ทั้งยังช่วยเสริมสร้างเอ็นกระดูกอ่อนในร่างกายได้อีกด้วย

วิตามินซี ช่วยให้ผิวขาว เนื่องจาก วิตามินซีมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์สร้างเม็ดสี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดสีเมลานิน จึงช่วยลดรอยดำและผิวหมองคล้ำได้ และยังช่วยป้องกันการเกิดกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ กรณีที่ผิวคล้ำจากการตากแดด ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาที่ร่างกายสร้างเม็ดสีผิวขึ้นมาเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด กรณีนี้วิตามินซีจะช่วยให้ผิวที่คล้ำเสียจากแสงแดดกลับมาเป็นสีผิวปกติได้ ส่วนกรณีผิวคล้ำจากพันธุกรรม วิตามินจะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผ่องใส ผิวมีสุขภาพดี แต่ไม่ได้ช่วยให้ผิวขาวขึ้นจนดูเป็นคนละคนกันได้

วิตามินซี ช่วยป้องกันหวัด จากงานวิจัยของดร.ไลนัส พอลลิง นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล ปี 1970 ศึกษาแล้วพบว่า หากร่างกายได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม จะสามารถป้องกันหวัดได้ และหากเป็นหวัดอยู่แล้วก็จะช่วยให้หายจากอาการไข้หวัด ได้เร็วขึ้นถึง 40% เพราะวิตามินซีช่วยในการทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ วิตามินซี ยังมีคุณสมบัติในการช่วยลดอาการภูมิแพ้ เนื่องจาก วิตามินซีสามารถช่วยลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้ หรืออิสตามิน ในร่างกายได้ ซึ่งสารอิสตามิน จะถูกกระตุ้นให้มีปริมาณสูงขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารหรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้น วิตามิน จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของอาการแพ้ หอบหืด และไซนัส จากคุณสมบัติการเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เมื่อมีอาการได้

 คนรักสุขภาพโดยเฉพาะสาวๆ ที่ห่วงใยเรื่องนี้เป็นพิเศษ นอกจากการออกกำลังกายและรับประทานอาหารบำรุงสุขภาพเพิ่มวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์ให้กับร่างกายแล้ว การลดอาหารที่ให้พลังงานสูงก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มคนรักสุขภาพหันมาให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าตัวการสำคัญที่เป็นต้นเหตุของ “ความอ้วน” ก็มีที่มาจากอาหารพลังงานสูงเหล่านี้ ไซลิทอลให้ค่าพลังงาน 2.4 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม ไม่มีกลิ่นแต่ให้ความรู้สึกเย็นๆลิ้น นิดๆเวลารับประทาน

          ในด้านการวิจัยพบว่าไซลิทอลเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่สามารถป้องกันฟันผุได้ เพราะจุลินทรีย์ทั่วไปในช่องปากไม่สามารถเอาไปใช้เป็นอาหารได้  โมเลกุลของไซลิทอลที่มีรูปร่างคล้ายกับน้ำตาลฟรุกโตสจะถูกดูดซึมผ่านผนังเซลล์ของแบคทีเรียด้วยกลไกเดียวกับที่แบคทีเรียดูดซึมน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ หากเป็นน้ำตาลทั่วๆ ไป แบคทีเรียจะสามารถย่อยสลายโมเลกุลเหล่านั้นให้กลายเป็นสารไฮโดรคาร์บอนขนาดเล็ก พร้อมกับได้พลังงานมาใช้ในการดำรงชีวิต แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อไซลิทอลเข้าไปอยู่ในเซลล์ เอนไซม์ของแบคทีเรียไม่สามารถย่อยไซลิทอลให้กลายเป็นพลังงานได้

          เมื่อไซลิทอลถูกดูดซึมเข้าไปภายในเซลล์ในปริมาณมากจะทำให้เกิดการสะสมสารไซลิทอลภายในเซลล์ของแบคทีเรียไปเรื่อยๆ จนทำให้แบคทีเรียรู้สึกราวกับว่ามัน “อิ่ม” แล้ว แต่ความเป็นจริง สิ่งที่มัน “กิน” เข้าไปแม้จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับอาหารประจำของมันแต่มันก็ไม่สามารถย่อยอาหารได้ไซลิทอลก็ไม่ต่างอะไรจากอาหารปลอมที่แบคทีเรียถูกหลอกให้กินเข้าไป เมื่อแบคทีเรียได้รับอาหารปลอมเหล่านั้นไปเรื่อยๆ ก็จะไม่ได้รับพลังงานมาใช้ในการดำรงชีวิตจนต้องตายไปในที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง ไซลิทอลจึงเป็นสารให้ความหวานที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียในช่องปากได้ด้วย จึงเหมือนกับโชคสองชั้นที่เป็นทั้งน้ำตาลพลังงานต่ำและช่วยป้องกันฟันผุไปในตัว